เทรนด์ผิวสวยเกาหลีปี 2023The Top K-Beauty Trends for 2023ด้วยการให้ความสำคัญกับส่วนผสมจากธรรมชาติ เทคโนโลยีขั้นสูง และผลลัพธ์ที่ให้ความชุ่มชื้นและความกระจ่างใส

เทรนด์ผิวสวยเกาหลีปี-2023

เราต่างรู้ดีกันว่าเกาหลีคือหนึ่งประเทศที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในด้านวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทางด้านบันเทิง วงการเทคโนโลยี หรือจะเป็นแวดวงของความสวยความงาม K-Beauty ยังคงเป็นกระแสและน่าติดตามสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความงามมากมายทั่วโลกและเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมความงามในปัจจุบัน และในทุก ๆ ปี K-Beauty ก็จะมีเทรนด์ผิวสวยเกาหลีอัปเดตเทรนด์ในการดูแลผิวและปีนี้ก็เช่นกันดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับเทรนด์ความงามยอดนิยมของเกาหลีในปี 2023 และวิธีการรวมผลิตภัณฑ์เค-บิวตี้เทรนด์เพื่อให้เข้ากับกิจวัตรประจำวันของสาว ๆ กันดีกว่าค่ะ

เทรนด์ที่ 1 : น้อย ๆ ง่าย ๆ 

Trend 1 : Skinimalism

เทรนด์ที่ 1 : น้อย ๆ ง่าย ๆ 

 “Skinimalism” เห็นคำนี้แล้วหลาย ๆ คนก็คงจะเดาออกแล้วล่ะค่ะว่าเน้นขั้นตอนให้น้อยกว่าที่เราเคยทำมาเพราะโดยพื้นฐานแล้วทางแบรนด์ต่าง ๆ มักออกผลิตภัณฑ์เพื่อกระตุ้นยอดจนมีประเภทของสกินแคร์เยอะจนเราเองก็เลือกใช้ไม่ถูกเช่นกัน บวกกับการระบาดใหญ่ทั่วโลกของโควิด-19 ในปี 2020 ทำให้วิถีชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และทำให้พวกเราหลายคนเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายมากขึ้น สำหรับหลาย ๆ คน ได้ดูแลสุขภาพจากภายในมากขึ้นและมีการแต่งหน้าที่น้อยลงจึงทำให้กิจวัตรการทำความสะอาดและการดูแลผิวของพวกเราง่ายขึ้น และยังรวมถึงการแต่งหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำให้มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์และเทคนิคที่เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างของแต่ละคน(ควรศึกษาและรู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์) วิธีการนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการยอมรับความงามตามธรรมชาติของคุณอีกด้วยแทนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อให้ได้ผิวที่สมบูรณ์แบบและปล่อยให้ผิวของคุณเปล่งประกายแทนที่จะซ่อนมันไว้เบื้องหลังการแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนัก ๆ

เทรนด์ที่ 1 : น้อย ๆ ง่าย ๆ 

“น้อยแต่มาก” แทนที่จะใช้เครื่องสำอางหลายตัวเพื่อปกปิดจุดบกพร่องหรือสร้างรูปลักษณ์อื่น ให้กลับไปเน้นการบำรุงผิวด้วยส่วนผสมที่น้อยชนิดลงแต่มีคุณภาพดีขึ้นอะไรที่ใส่ส่วนผสมมามากเกินไปอาจทำให้สารสกัดของพวกมันแย่งกันทำงานจนลดทอนประสิทธิภาพลงได้ มีการคาดการณ์ว่าในปี 2023 จะเห็นว่าผู้คนที่มองหาความงามแบบมินิมอลอย่างต่อเนื่องของสิ่งนี้จากเหตุผลทั้งการประหยัดเวลาด้วยผลิตภัณฑ์ทรงประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อน มีส่วนผสมง่าย ๆ ที่อ่อนโยนต่อผิวบอบบาง รวมถึงคนรุ่นใหม่ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วยผู้คนมองหาผลิตภัณฑ์ที่สะอาด ยั่งยืน และให้ความสำคัญกับวิธีการลดปริมาณขยะ นั่นเป็นเหตุผลที่เราคิดว่า k-beauty เป็นผู้เล่นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีขนาดใหญ่มากในปี 2023 ดังนั้นคาดว่าจะเห็นผลิตภัณฑ์แนวนี้เพิ่มขึ้นในตลาดอีกมาก

แบรนด์สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Innisfree

แบรนด์สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Innisfree

แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์สกินแคร์จากธรรมชาติแบรนด์แรกของเกาหลีที่เน้นส่วนผสมจากเกาะเชจูอันโด่งดังของเกาหลี ผลิตภัณฑ์ของ Innisfree มีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติโดยเฉลี่ย 80% ถือว่าเป็นหนึ่งแบรนด์ที่อ่อนโยนต่อทั้งผิวและเงินในกระเป๋าอีกด้วยค่ะ

เทรนด์ที่ 2 : ผิวเปล่งปลั่ง

Trend 2 : Glowing Skin

เทรนด์ที่ 2 : ผิวเปล่งปลั่ง

ในปี 2023 นี้จะมีการเคลื่อนไหวจาก “glass skin” หรือเทรนด์หน้าฉ่ำวาวออกมาอีกคือเพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิวอย่างเป็นธรรมชาติแทนที่จะฉ่ำแวววาวกลับให้ได้ผิวดูชุ่มชื้น อิ่มเอิบ มีสุขภาพดี ผิวของคุณจะเปล่งประกายจากภายในที่เป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งมาจากกิจวัตรการดูแลผิวที่สม่ำเสมอ ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เทรนด์ที่ 2 : ผิวเปล่งปลั่ง

และการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทรนด์ความงามนี้เพื่อจะช่วยให้ผิวของคุณเปล่งประกายคือการเลือกสกินแคร์ที่กำลังเป็นกระแสของเกาหลีที่มักจะเพิ่มความกระจ่างใสและเพื่อให้ได้ผิวที่เปล่งประกายแวววาวอย่างเหลือเชื่อให้มองหาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งจะทำให้ผิวกระจ่างใสต่อสู้กับความเสียหายจากแสงแดดด้วยการปกป้องจากแสงแดด และรักษาผิวที่คล้ำมากเกินไป

แบรนด์สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Glow Recipe

แบรนด์สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Glow Recipe

แรงบันดาลใจจาก “ความทรงจำหลักในวัยเด็กคือใช้เวลาเล่นนอกบ้านช่วงฤดูร้อนในเกาหลีใต้ และคุณย่าของพวกเราถูเปลือกแตงโมสดบนผิวที่ไหม้เกรียมจากแสงแดด” ผู้ก่อตั้ง แตงโมเป็นหนึ่งในผลไม้ยอดนิยมของเกาหลีและเป็นวิธีรักษาแบบดั้งเดิมสำหรับผิวแห้งและระคายเคือง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์แรกของ Glow Recipe ในขณะที่แตงโมเป็นผลไม้เด่นของการเปิดตัวครั้งแรกของ Glow Recipe คอลเลกชันสกินแคร์ตอนนี้มีทั้งเซรั่มสตรอเบอร์รี่และพลัม ครีมบำรุงรอบดวงตาอะโวคาโดและอื่น ๆ อีกมากมาย ความเข้มข้นของผลไม้ทั้งหมดรวมกับส่วนผสมที่ใช้งานเช่น วิตามินซี กรดไฮยาลูโรนิก และไนอาซินาไมด์เพื่อช่วยให้ผิวกระจ่างใส

เทรนด์ที่ 3 : เกราะป้องกันผิวสุขภาพดี

Trend 3 : Healthy Skin Barrier

เทรนด์ที่ 3 : เกราะป้องกันผิวสุขภาพดี

ตอนนี้ผิวของสาว ๆ รู้สึกเป็นไงกันบ้างคะ แห้งตึง? แพ้ง่ายกว่าปกติ? หากสาว ๆ มีอาการเหล่านี้อยู่ในใจก็มีโอกาสที่เกราะป้องกันผิวของคุณจะเสียหาย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับชั้นผิวของคุณเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ชั้นบนสุด กลางล่างมีหน้าที่ต่างกัน ชั้นบนสุดของผิวหนังเรียกว่าหนังกำพร้าและยังเป็นที่ซึ่งพบเกราะป้องกันผิวหรือเกราะป้องกันความชื้นด้วย ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างที่เหมือนอิฐและปูนเพื่อปกป้องผิวคุณจากโลกภายนอกปกป้องคุณจากเชื้อโรคในขณะที่รักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวให้สมดุล แต่หลาย ๆ คนมองข้ามหรือไม่ทันสังเกตที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผิวหน้าจะปกติให้ลองนึกถึงสิ่งที่ผิวของคุณเผชิญในแต่ละวันตลอดทั้งวันจากทั้งการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ รังสียูวีและมลภาวะ ปัจจัยภายนอกทั้งหมดเหล่านี้ส่งผลต่อเกราะป้องกันของคุณ 

เทรนด์ที่ 3 : เกราะป้องกันผิวสุขภาพดี

แต่เมื่อเกราะป้องกันผิวแตกออกอาจทำให้เกิดการอักเสบ สิว อาการคัน และความแห้งกร้านได้ โดยเกราะป้องกันผิวจะล็อกความชื้นไว้ในขณะที่เก็บมลพิษและแบคทีเรียที่ไม่ดีออกจากผิว 

ไม่ต้องกังวลมีวิธีง่าย ๆ ในการบำรุงให้เกราะผิวแข็งแรงขึ้น เริ่มจากการทำความสะอาดอย่างเบามือแต่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความหมดจด สองคือเติมความชุ่มชื้นไม่ใช่ความมัน(สกินแคร์ที่คุณภาพต่ำมักจะไม่ซึมแต่มันเยิ้มอยู่ชั้นนอกของผิว) เน้นการใช้กรดไฮยาลูโรนิก Ceramides และ Niacinamide ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงของรากฐานของเมทริกซ์เกราะป้องกันผิวที่แข็งแรงโดยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนของผิวหนัง อย่าลืมเด็ดขาดในการทาครีมกันแดดทุกวันและพักผ่อนให้เพียงพอ

สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Laneige

สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Laneige

แอดเองแน่ใจว่าตอนนี้สาว ๆ คงเคยได้ยินเกี่ยวกับ Laneige แล้วเพราะ Laneige เป็นแบรนด์ที่ติดอันดับแบรนด์สกินแคร์เกาหลีชั้นนำทั้งคุณภาพที่คุ้มกับราคาเช่นกัน แบรนด์นี้ได้เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและให้ความชุ่มชื้นสูงเพื่อให้ผิวของคุณเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี Laneige เป็นแบรนด์สกินแคร์และความงามของเกาหลีที่เน้นการใช้ศาสตร์แห่งน้ำพวกเขาใช้เวลากว่า 25 ปีในการวิจัยและศึกษาเรื่องนี้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของพวกเขาถูกสร้างขึ้นด้วยคอมเพล็กซ์จากน้ำที่มอบโซลูชั่นขั้นสูงการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน หากคุณเป็นคนที่มีปัญหาผิวแห้งหรือแพ้ง่าย คุณจะต้องหลงรัก Laneige แม้ว่าคุณจะมีผิวมันหรือผิวผสมเพราะแบรนด์นี้สามารถเข้าได้กับทุกสภาพผิว

เทรนด์ที่ 4 : ความงามจากธรรมชาติแบบวีแกน

Trend 4 : Vegan Beauty

เทรนด์ที่ 4 : ความงามจากธรรมชาติแบบวีแกน

ตลาดเครื่องสำอางวีแกนทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นของคนรุ่นมิลเลนเนียลโดยการมีส่วนร่วมของบริษัทขนาดเล็กและสตาร์ตอัปมากมาย ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีต่อตลาดเครื่องสำอางวีแกนไปอีกหลายปีเพราะสิ่งที่วัยรุ่นสมัยนี้ใส่ใจคือผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินจากธรรมชาติโดยไม่ใช้ส่วนผสมจากสัตว์และไม่ผ่านการทดสอบกับสัตว์ เครื่องสำอางวีแกนผลิตขึ้นด้วยส่วนผสมออร์แกนิกหลายชนิด รวมถึงน้ำมัน สารสกัดจากพืช สารกันบูดธรรมชาติ อิมัลซิไฟเออร์ วิตามินซีและอี ฯลฯ ส่วนผสมทั้งหมดนี้จะถูกซื้อโดยผู้ผลิตเครื่องสำอางวีแกนโดยตรงจากเกษตรกรหรือผ่านโครงการการค้าชุมชนเฉพาะ แบรนด์เหล่านี้จึงเป็นที่นิยมใน K-Beauty มาโดยตลอด และตอนนี้ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมความงามอื่น ๆ ของโลกกำลังจับตามองการหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมความงามอื่น ๆ เป็นทางออกของผู้ซื้ออย่างเรา และส่วนผสมที่ผ่านการหมักที่ระคายเคืองต่อผิวน้อยกว่าและป้องกันแสงแดดได้ดีเยี่ยมจึงเป็นเอกลักษณ์ของเทรนด์นี้

แบรนด์สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Then I Met You

แบรนด์สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Then I Met You

Then I Met You เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของเกาหลีเรื่อง “jeong” ซึ่งเป็นความรู้สึกลึกซึ้งของการเอาใจใส่และผลกระทบที่สามารถพัฒนาต่อผู้คน สถานที่ และสิ่งของ เมื่อนำมาตีความกับชื่อของแบรนด์พวกเขาจะบ่งบอกถึงการหยิบยื่นสิ่งดีที่ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อลูกค้า สูตรเฉพาะทั้งหมดของแบรนด์เป็นสูตรคลีนและปราศจากสารแต่งสี พาราเบน ซิลิโคน และแอลกอฮอล์ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลอย่างปลอดภัยเพราะบรรจุภัณฑ์ของ That I Met You นั้นพิมพ์ด้วยหมึกจากถั่วเหลือง

เทรนด์ที่ 5 : ผิวเด้งดึ๋งเป็นเจลลี!

Trend 5 : Jello skin 

เทรนด์ที่ 5 : ผิวเด้งดึ๋งเป็นเจลลี!

อีกหนึ่งกระแสของเกาหลีที่มีคนริเริ่มอย่างอินฟลูเอนเซอร์ชื่อ Ava Lee ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกระแสของ TikTok ที่เน้นลุคผิวของคุณเด้งดึ๋งด้วยอีลาสตินในระดับเข้มข้น ซึ่งจะทำให้ผิวมีความสม่ำเสมอสมบูรณ์แบบเหมือนผิวของเยลลี่ ในวิดีโอ TikTok เธอได้อธิบายว่าผิวเจลโล่นั้น “เด้งและยืดหยุ่นได้เหมือนเจลโล่หรือเค้กข้าวและทุกครั้งที่คุณขยับผิวของคุณมันควรจะเด้งกลับทันที ใน 5 เทรนด์นี้ข้อนี้อาจเป็นเทรนด์ที่ทำได้ยากที่สุดโดยควรมุ่งเน้นไปที่การดูแลผิวประจำวันและการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี ในขณะที่รับประทานอาหารที่สมดุลพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเช่นเดียวกับขั้นตอนการดูแลผิวทั้งหมด คุณต้องเฝ้าดูสุขภาพกาย สุขภาพจิต และไลฟ์สไตล์ของคุณ ตลอดจนการรับประทานอาหารของคุณ 

เทรนด์ที่ 5 : ผิวเด้งดึ๋งเป็นเจลลี!

ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นจริงได้โดยความเห็นที่ตรงกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและช่างแต่งหน้าแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ควรให้ความสำคัญมากกว่าปัจจัยอื่น ๆ โปรดจำไว้ว่าผลิตภัณฑ์สามารถทำอะไรได้หลายอย่างสำหรับผิวของคุณเพียงภายนอกเท่านั้น ดังนั้นการสร้างกิจวัตรการใช้ชีวิตที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินกับปัญหาผิวมากเกินความจำเป็น แต่ถ้าหากยากเร่งกระบวรการฟื้นฟูผิวให้เร็วขึ้นอีกหน่อยก็ลองมองหาตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ตลอดจนเพิ่มคอลลาเจนและรักษาความชุ่มชื้นจากส่วนผสมต่าง ๆ เช่น วิตามินซี เรตินอล กรดไฮยาลูโรนิก กรดไกลโคลิก และเปปไทด์สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความอวบอิ่มของผิวได้ เน้นการใช้คอลลาเจนเปปไทด์ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็กกว่าคอลลาเจนทั่วไปเนื่องจากผิวหนังสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่า

สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Huxley

สกินแคร์ที่อยากแนะนำ : Huxley

Huxley เป็นแบรนด์สกินแคร์สไตล์มินิมอลของเกาหลีใต้ที่ใช้ประโยชน์จากพลังความงามของน้ำมันเมล็ดลูกแพร์เต็มไปด้วยหนามจากทะเลทรายซาฮาราในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของแบรนด์ มันเป็นส่วนประกอบสำคัญอันล้ำค่าที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากประเทศโมร็อกโก และผ่านการคัดสรรด้วยมือและบีบเย็นเพื่อรักษาคุณประโยชน์ดีที่สุด แบรนด์ Huxley มักมีการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ความงามและการดูแลผิวหลายปีมานี้ 

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG