Protect Your Skin This SUMMERผิวสวยท้าแดด

Protect Your Skin This SUMMERผิวสวยท้าแดด

พบกับ 4 วิธีดูแลผิวให้แข็งแรงและกระจ่างใสตลอดช่วงเทศกาลกัน

พลังของคำว่า Summer คำเดียวแต่กลับมากมายเต็มไปด้วยความรู้สึก เมื่อฤดูร้อนมาถึงทุกคนมักจะมีจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นยิ่งเมื่อเรานึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกือบทุกจังหวัดก็มีจุดขายของสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับพักร้อนที่น่าสนซึ่งเป็นบรรยากาศที่ไม่อาจจะหาได้ในฤดูกาลอื่น ๆ ทั้งเทศกาลและกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นในช่วงนี้จะช่วยเพิ่มสีสันให้กับชีวิตที่น่าเบื่อได้อย่างดี แต่ช่วงของความสุขแบบนี้ก็มีอันตรายที่ซ่อนอยู่ด้วยนั่นคือฤดูร้อนนั้นสามารถทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คุณคิด เรามองดูในแต่ละวันก็อาจจะเหมือน ๆ กันแต่จริง ๆ แล้วชั้นบรรยากาศ และอุณหภูมิโดยรอบไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่อยากให้สาว ๆ กังวลแล้วเก็บตัวอยู่ในแต่ห้องที่แอร์เย็นฉ่ำ ที่เราอยากแนะนำคือออกมาเถอะค่ะออกมาสัมผัสกับสายลม แสงแดด ช่วงเทศกาลที่ทุกคนพร้อมวางเรื่องหม่นหมองของชีวิตไว้เบื้องหลังแล้วออกมาสนุกกัน แน่นอนค่ะว่าหัวข้อข้างบนของเราอาจจะสร้างความกังวลเล็กน้อยสำหรับสาว ๆ ที่รักผิวแต่เรามีวิธีการดูแลและป้องกันผิวให้ผิวสวยท้าแดดแข็งแรงและกระจ่างใสตลอดช่วงซัมเมอร์มาฝากแบบครบจบในที่เดียวเลยละคะ

แสงแดด ความร้อน และผิวแพ้ง่าย

สิ่งแรกที่เราจะต้องทำความเข้าใจคือช่วงฤดูร้อนมีปัจจัยที่จะทำให้ผิวของเราเกิดปัญหาขึ้นได้คือแสงแดดจากดวงอาทิตย์ ความร้อนจากสภาพอากาศ และผิวแพ้ง่ายมากขึ้นจากเครื่องปรับอากาศ สามสิ่งนี้เป็นตัวเร่งให้ปัญหาผิวเพิ่มขึ้นโดยตรง

แสงแดด

แสงแดด

แสงแดดที่มากเกินไปนั้นสามารถทำลายเกราะป้องกันผิวทำให้ความชื้นในผิวระเหยออกไปแบบหยุดไม่อยู่ลองนึกถึงพื้นดินที่ไม่มีหญ้าหรือพุ่มไม้ปกคลุมคุณจะสามารถสังเกตเห็นความเหือดแห้งใช่ค่ะการทำงานของมันคล้าย ๆ กันเพราะหากเราปราศจากเกราะป้องกันผิวจะส่งผลให้ความยืดหยุ่นหายไปกับได้มาซึ่งความแห้งกร้าน และแม้กระทั่งริ้วรอยก่อนวัยที่ทำให้คุณตั้งรับไม่ทันเลยล่ะ ที่สำคัญคือเมื่อคุณอยู่ในที่ที่รู้สึกเย็นแล้วจะปลอดภัยนะคะ! เพราะรังสี UV สามารถส่องผ่านกระจกได้มันสามารถทำร้ายผิวของคุณได้ทุกที่ที่มีแสงจากธรรมชาติดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากใคร ๆ ก็บอกว่าครีมกันแดดสำคัญมากกับผิว

แสงแดด

ความร้อนจากสภาพอากาศ

รู้สึกร้อนและไม่สบายตัว? คำบ่นยอดนิยมช่วงฤดูร้อน! ซึ่งกระบวนการการทำร้ายผิวของมันคืออากาศร้อนจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำสิ่งนี้อาจทำให้ผิวรู้สึกระคายเคือง แดง และแห้ง ความร้อนในฤดูร้อนส่งผลให้เหงื่อออกมากขึ้นมีความมันมากขึ้นและการผลิตเซลล์ผิวเร็วขึ้นด้วยเมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วผสมกับน้ำมันและเหงื่อส่วนเกินนั่นแหละคือตัวการของการเกิดสิว ดังนั้นการเอาชนะอาการผิวแพ้ง่ายในฤดูร้อนนี้คุณควรแน่ใจว่าได้รักษาระดับน้ำและความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างเหมาะสมทั้งดูแลผิวภายนอกด้วยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และภายในจากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 

เครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศ

หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามเครื่องปรับอากาศว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำร้ายผิวเพราะใคร ๆ เค้าก็ต้องใช้กันเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงที่เราอยากจะบอกต่อคือการทำงานของเครื่องปรับอากาศนั้นจะสูบลมที่แห้งและเย็นเข้ามาในห้องเพื่อทำให้ห้องเย็นลงดังนั้นมันจะลดระดับความชื้นในห้องไปด้วยและเมื่อห้องของสาว ๆ มีความชื้นต่ำลงแล้วแหล่งสุดท้ายที่มันจะดูดความชื้นออกคือร่างกายและผิวของเราไงคะ จึงทำให้ผิวมีปัญหาผิวขาดน้ำ หมองคล้ำ และขาดความกระจ่างใสและแน่นอนว่ารวมถึงพัดลมหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีลมพัดผ่านผิวโดยตรง แม้จะสร้างความรู้สึกที่ดี แต่ก็ทำให้ความชื้นระเหยออกจากผิวได้เช่นกันดังนั้นการรักษาระดับความชื้นในบ้านที่ดีควรอยู่ที่ประมาณ 30–50% นอกจากผิวของคุณจะรู้สึกอิ่มเอิบ ชุ่มชื้น และมีความสุขแล้วปัญหาเกี่ยวกับโพรงจมูกของคุณก็จะดีขึ้นอีกด้วย

เครื่องปรับอากาศ
  1. การทำความสะอาด

เรามาเริ่มต้นด้วยวิธีที่ทุกคนจะต้องทำในทุก ๆ วันอยู่แล้ว การทำความสะอาดผิวเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการที่เราจะมีผิวสุขภาพดีซึ่งสาว ๆ หลายคนเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบเดียวตลอดทั้งปีอันนี้เราอยากให้สาว ๆ ลองเริ่มจากการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เน้นความสะอาดเป็นหลักให้การบำรุงเป็นรอง(แต่ในช่วงฤดูหนาวให้กลับกัน)

เครื่องปรับอากาศ

เนื่องจากอากาศที่อบอุ่นขึ้นทำให้ผิวของเราปล่อยซีบัมซึ่งเป็นน้ำมันธรรมชาติชนิดหนึ่งมาปกป้องผิวมากขึ้นจากความร้อนจนบางครั้งเกิดการหลั่งน้ำมันและเหงื่อที่เกิดเป็นส่วนเกินปิดกั้นรูขุมขนและทำให้ผิวหนังหายใจไม่ออกสิ่งเหล่านี้นำไปสู่ปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น สิว สิวเสี้ยน และผื่น ทางออกของปัญหาหน้าร้อนทั้งหมดอยู่ที่การทำความสะอาดสิ่งสกปรก เหงื่อ และความมันออกจากชั้นผิวอย่างหมดจด คุณไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อยกว่าปกติเพียงแค่วันละสองครั้งเช้าและเย็นก็เพียงพอแล้ว

เครื่องปรับอากาศ

โดยเริ่มจากทาครีมกันแดดทุกวัน(ควรทำ) หรือแต่งหน้าทุกวันให้รู้ไว้ว่าสองสิ่งนี้มีค่าเท่ากันดังนั้นควรเช็ดด้วยคลีนซิ่งทุกเย็นควรเลือกเป็นเนื้อครีม(ไม่บาล์มหรือน้ำ) หลายคนอาจจะขัดใจแต่เชื่อเถอะค่ะการนวดวนด้วยครีมและเช็ดออกเป็นวิธีที่อ่อนโยนมาสำหรับการเช็ดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกแล้วค่อยล้างออกด้วยคลีนเซอร์อีกครั้งวิธีนี้จะทำให้ผิวของคุณสะอาดหมดจดแล้วยังนุ่มชุ่มชื้นไม่แห้งตึง

หมายเหตุ : ไม่ว่าสภาพผิวของคุณจะอยู่ประเภทไหนการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าจะต้องไม่มีแอลกอฮอล์เนื่องจากมันจะทำให้ผิวขาดน้ำ ซึ่งส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันส่วนเกินเพิ่มขึ้น

บำรุงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทุกวัน
  1. บำรุงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทุกวัน

มาต่อด้วยการคัดสรรส่วนผสมสำหรับการต่อสู้กับแสงแดดและสภาพอากาศอบอ้าวนั่นคือการลงทุนในเซรั่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีในช่วงฤดูร้อน สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องเซลล์จากการเกิดออกซิเดชันเพราะเมื่อเกิดออกซิเดชันเซลล์จะถูกทำลายและทำให้ผิวหนังแก่เร็วขึ้นต้นเหตุของริ้วรอยและความหย่อนคล้อยที่มาก่อนวัยนั่นเอง 

บำรุงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทุกวัน

เซรั่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงแต่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวของคุณเท่านั้นแต่ยังสามารถปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและจะกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายเพื่อป้องกันความเสียหายของผิวหนัง ถือเป็นเคล็ดลับที่ดีในการดูแลผิวทุกประเภทในช่วงฤดูร้อนนี้

บำรุงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทุกวัน

ตัวเลือกของสารต้านอนุมูลอิสระที่เราอยากแนะนำ เช่น CoQ10, วิตามินซี, เรสเวอราทรอล, วิตามินอี, ไนอาซินาไมด์, แอสตาแซนธิน

หมายเหตุ : วิตามินซีไม่ใช่สารที่ทำให้ผิวไวต่อแสง ในทางกลับกันมันเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันแสงโดยต่อสู้กับอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ และคุณสามารถรับสารต้านอนุมูลอิสระในมื้ออาหารของคุณได้ด้วยผลไม้รสเปรี้ยว ผักใบเขียว ชาเขียว ถั่ว และเมล็ดธัญพืชเพื่อให้มีผิวที่ดูสดใสอ่อนเยาว์

เติมความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  1. เติมความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

อาการกระหายน้ำนั้นบ่งบอกว่าคุณควรดื่มน้ำหรือเติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย ผิวก็เช่นกันเมื่อมันมีสภาพที่ไม่เรียบเนียน หม่นหมอง ห่อเหี่ยว นั่นแหละแสดงว่าผิวของคุณกำลังโหยหาความชุ่มชื้นแต่เราไม่อยากให้คุณรอผิวส่งสัญญาณให้คุณเพราะคุณสามารถกันไว้ดีกว่ากลับไปแก้ไขอย่างแรกคือการดื่มน้ำให้เพียงพอแม้ว่าคุณขี้เกียจไปเข้าห้องน้ำก็ตามอย่าลืมนะคะว่าทั้งสภาอากาศและการเปิดใช่เครื่องทำความเย็นมากกว่าฤดูอื่น ๆ สามารถทำให้ผิวทรุดโทรมมากกว่าที่คุณคิด

เติมความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

การเลือกใช้สกินแคร์แน่นอนว่าทุกคนคงจะรู้จักกรดไฮยาลูโรนิกกันดีซึ่งเหมาะมาก ๆ หากจะเลือกใช้ช่วงร้อนอบอ้าวแบบนี้ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ กรดไฮยาลูโรนิกจะเรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ที่คอยมอบความชุ่มชื้นที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างมหัศจรรย์ อีกหนึ่งส่วนผสมคือกรดซาลิไซลิกเพราะอากาศร้อนที่สร้างความเสี่ยงให้เกิดปัญหาผิวจากความมันและสิ่งอุดตัน กรดซาลิไซลิกเป็นส่วนผสมที่จะซึมลึกเข้าสู่ผิวมีคุณสมบัติในการขัดผิวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงคอยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่และเผยผิวที่เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นและช่วยให้ผิวของคุณดูสดชื่นและมีชีวิตชีวา

เติมความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ทุกคนอย่าได้ลืมขุมพลังความชุ่มชื้นแห่งธรรมชาติอย่าง “ว่านหางจระเข้” ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ไม่ว่าจะรุ่นไหนทุกคนล้วนแต่รู้จักว่านหางจระเข้ดีจนลืมไปเลยว่าส่วนผสมนี้มีพลังมากในการปลอบประโลมและให้ความชุ่มชื้นอย่างเข้มข้นฟื้นฟูและบรรเทาอาการระคายเคืองของผิวได้ดีทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาลองหันกลับไปใช้ส่วนผสมง่าย ๆ หลังบ้านแล้วจะร้องว๊าว!

หมายเหตุ : ควรหลีกเลี่ยง AHA และ BHA ก่อนการเดินทางหรือโดนความร้อนหรือแสงแดดจัด แน่นอนว่าใครหลายคนต่างหลงรัก AHA และ BHA หากคุณมีปัญหากับรูขุมขนกว้าง สิวหัวดำหรือผิวคล้ำซึ่งมันมีคุณสมบัติในการขัดผิวสามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและปรับปรุงสภาพผิวของคุณให้ดีขึ้นใช่ค่ะ แต่ควรใช้ในตอนเย็นหรือช่วงที่คุณสามารถพักผิวจากสิ่งแวดล้อมที่โหดร้อยได้นั่นคืออาจจะเหมาะสำหรับคนที่อยู่ในที่ร่มและอากาศเย็น ๆ เราต้องบอกว่าการใช้ AHA และ BHA สามารถทำให้ผิวของคุณไวต่อแสงแดดได้และต้องแน่ใจว่าได้สวมอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดอย่างเพียงพอ เช่น ครีมกันแดด ที่บังแดด และเสื้อผ้าที่สามารถป้องกันแสงแดดได้

ครีมกันแดด
  1. ครีมกันแดด

ตัวเอกตัวเด่นสำหรับการปกป้องผิว ขาดครีมกันแดดก็เหมือนการแต่งหน้าที่ขาดลิปสติกนะคะเพื่อน ๆ ต้องบอกว่าครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นเหมือนเป็นเสื้อผ้าสำหรับผิวเลยก็ว่าได้ จริง ๆ แล้วครีมกันแดดทั้งหมดที่พบในท้องตลาดไม่ได้ถูกผลิตขึ้นมาให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันอย่างแรกคือการทำความเข้าใจประเภทผิวและความต้องการของคุณหากคุณใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของคุณอาจทำให้เกิดอันตรายกับผิวได้มากกว่าผลดีได้ โดยปกติประเภทผิวแบ่งออกเป็นสี่ประเภทหลักผิวบอบบางหรือเป็นสิวง่าย ผิวมัน ผิวแห้ง และผิวธรรมดา

ครีมกันแดด

ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอสำคัญมากกับการปกป้องที่ทั่วถึงให้เลือกครีมกันแดดในราคาที่เหมาะสมเพราะเปลืองมากค่ะบอกเลย ควรทาครีมกันแดดประมาณสองช้อนโต๊ะหรือคิดเป็นสองนิ้วกับผิวทุกส่วนที่สัมผัสกับแสงแดด(ใบหน้า, คอ, แขนหรือมือ)และจำเป็นต้องทาซ้ำทุก ๆ สองชั่วโมงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหงื่อออกหรือว่ายน้ำเสร็จ อ้ออย่าลืมส่วนสำคัญอย่างผิวรอบดวงตาที่แสนจะบอบบางควรสวมแว่นกันแดดในที่แสงจ้าและร้อนเพื่อลดการเกิดริ้วรอยที่แก้ได้ยากมาก

หมายเหตุ : ครีมกันแดดสามารถแบ่งเป็น 2 หลัก ๆ ได้คือ Mineral sunscreens ที่มักจะมีเนื้อสีขาวและมักจะทำให้ผิวหน้าขาวหรือลอยได้เนื่องจากมันใช้การสะท้อนและกระจายรังสียูวีออกจากผิวเหมือนกระจกบานเล็กจึงสามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้เป็นอย่างดีแต่ค่อนข้างหนา ส่วน Chemical sunscreens ครีมกันแดดแบบเคมีจะซึมเข้าสู่ผิวชั้นที่ลึกกว่ามันจะดูดซับรังสียูวีและเปลี่ยนเป็นความร้อนจากนั้นจึงปล่อยความร้อนออกจากผิวหนังเนื่องจากรังสียูวีจะต้องทะลุผ่านผิวหนังเพื่อเข้าถึงสารเคมีเหล่านี้ครีมกันแดดแบบเคมีจึงอาจไม่สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ทั้งหมด ครีมกันแดดแบบเคมียังสามารถอุดตันรูขุมขนและเป็นปัญหาสำหรับผิวที่เป็นสิวได้ง่าย 

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
11 Facial Cleansersคลีนเซอร์ 11 ประเภทการเลือกคลีนเซอร์แบบไหนดีที่สุดสำหรับคุณ? (1) กินเนยกี(Ghee) ดีกับผิวจริงเหรอ?ให้ผิวสวยเปิดรับผิวเปล่งปลั่ง นุ่มนวล และดิวอี้ ด้วยไขมันดีมันคืออะไร - ต้นกำเนิด - ประโยชน์ - วิธีทำ (1) ครีมบำรุงผิว (63) ครีมบำรุงผิว ครีมบำรุงหน้า น้ำหอม (1) ครีมบำรุงหน้า (63) น้ำหอม (10) วิธีการตะไบเล็บที่ถูกต้อง (1) วิธีการเปลี่ยนผมหงอก (1) วิธีแต่งคิ้วให้สวยเด้ง (1) วิธีใช้ลิปสติกเป็นบลัชออน (1) สกินแคร์ใช้นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล? (1) เลือกน้ำหอมผู้หญิงจาก 6 กลุ่มนิสัย (1) “BVLGARI OMNIA FRAGRANCE COLLECTION” (part 2) (1) “J-Beauty(Japanese Beauty)”ความหมายของผิวสวยในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร?ด้วยคอนเซ็ปต์ เรียบง่าย รอบคอบ สร้างสรรค์แต่ดั้งเดิม (1)