น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว

รีวิวครีม

ตั้งแต่รองพื้นไปจนถึงมอยส์เจอไรเซอร์น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ยาทําความสะอาดและเซรั่ม น้ำหอมมักจะพบได้ในผลิตภัณฑ์ความงามมากมาย แน่นอนว่าพวกเขาอาจทําให้สกินแคร์ของเรามีกลิ่นที่น่าหลงใหล แต่ในช่วงหลัง ๆ มานี้เป็นช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับคำว่า “Clean Beauty” นั่นหมายความว่าจะเน้นความเป็นธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ส่วนผสมต่าง ๆ ต้องไม่มีสารพิษ ที่อาจสร้างความเสียหายให้กับผิว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีส่วนผสมแปลกใหม่ที่สกัดมาจากธรรมชาติรวมถึง “Fragrance” หรือน้ำหอมในสกินแคร์เพราะหลายคนทราบดีจากสื่อต่าง ๆ ที่มักจะโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่าปราศจากน้ำหอมที่เค้าว่ากันว่ามันจะทำให้ผิวของผู้ใช้บางคนเกิดการระคายเคือง นั่นจึงเป็นที่มีของคำถามว่าน้ำหอม(Fragrance) เป็นคลีนบิวตี้ได้หรือไม่? มาพบคำตอบและสาระความรู้เกี่ยวกับน้ำหอม(Fragrance) ในสกินแคร์กันค่ะ

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับน้ำหอมที่ใช้ในอุตสาหกรรมความกันก่อนเลยน้ำหอมมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ คือ น้ำหอมสังเคราะห์(Synthetic) น้ำหอมกึ่งสังเคราะห์(Semi-Synthetic) และน้ำหอมจากธรรมชาติ(natural)

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว1

Synthetic : น้ำหอมสังเคราะห์ 

น้ำหอมสังเคราะห์ หมายถึง น้ำหอมที่ถูกสร้างขึ้นจากส่วนประกอบทางเคมีเทียมที่ไม่พบในธรรมชาติ มีกลิ่นหอมนานกว่าน้ำหอมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น กลิ่นทะเล กลิ่นโอโซน หรือแม้แต่กลิ่นขนมหวาน น้ำหอมสังเคราะห์บางชนิดสามารถประกอบด้วยส่วนผสมทางเคมีได้มากถึง 80 ชนิดดังนั้นน้ำมันหอมเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังหากคุณมีผิวที่อ่อนไหวหรือแพ้ง่าย

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว2

Semi-Synthetic : น้ำหอมกึ่งสังเคราะห์

เป็นน้ำหอมที่ตั้งต้นกลิ่นจากส่วนผสมจากธรรมชาติและได้มาเพิ่มความชัดของกลิ่นหรือเพิ่มการติดทน การนำมาพัฒนาเพิ่มเติมในห้องแล็บก็เพื่อให้กลิ่นมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นนั้นเอง

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว3

Natural : ธรรมชาติ

น้ำหอมจากธรรมชาติเป็นน้ำหอมที่มีต้นกําเนิดมาจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ลาเวนเดอร์ มะนาว ดอกกุหลาบหรือมะลิ น้ำหอมจากธรรมชาติไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการแต่ได้สกัดมาจากวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติหรือการเพราะปลูกตัวอย่างเช่น ดอกกุหลาบ 10,000 ปอนด์จะสามารถสกัดเป็นน้ำมันดอกกุหลาบเพียง 1 ปอนด์เท่านั้น หลาย ๆ คนได้เข้าใจว่าน้ำมันหอมจากธรรมชาตินี้เป็นออแกร์นิคและปลอดภัยที่จริงแล้วเปล่าเลย! แต่แน่นอนสิ่งที่ได้มาจากธรรมชาติคือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่มนุษย์เลียนแบบให้เหมือน 100% ได้ยาก แต่เมื่อนำมาเทียบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วละก็คุณควรจะชั่งใจซะก่อนนะ! นอกจากราคาของมันนั้นสุดแสนจะแพงแล้ว คุณยังสนับสนุนในการเพิ่มปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วยเพราะการเพราะปลูกวัตถุดิบจากธรรมชาติเหล่านี้มีการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองมากทั้งน้ำ ไฟ หรือสารเคมีที่บางคนไม่ได้บอกคุณหรอกว่าเขาใช้

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว4

ทําไมผลิตภัณฑ์บํารุงผิวจึงต้องมีกลิ่นหอม?

ไม่น่าแปลกใจที่ใคร ๆ ก็ชอบกลิ่นหอม สังเกตดูสิว่าเมื่อคุณได้ลองผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น การเทสสกินแคร์บนหลังมือแล้วตามด้วยการดมเสมอนี้บ่งบอกว่ากลิ่นยังคงสำคัญกับผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งจากธรรมชาติและการสังเคราะห์ก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกต้องกลั้นใจทุกครั้งที่หยิบใช้ คิดดูแล้วน่าอึดอัดพอสมควร อย่าลืมไปว่าเนื้อสัมผัสและกลิ่นของสกินแคร์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์ชั้นนำให้กลิ่นที่หอมหรูสามารถทําให้มีประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น สําหรับบางคนแล้วกลิ่นอาจสร้างความสงบ ผ่อนคลายหรือแม้กระทั่งทําให้เรารู้สึกสะอาด ที่สามารถสร้างอารมณ์ที่น่ารื่นรมย์แก่เรา

และหนึ่งในเหตุผลสําคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ อาจเลือกใช้น้ำหอมสังเคราะห์เพราะมันมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าน้ำหอมจากธรรมชาติ กลิ่นหอมจากธรรมชาติอาจอยู่ได้เพียงหนึ่งถึงสองปีในขณะที่กลิ่นหอมสังเคราะห์สามารถอยู่ได้นานถึงห้าปี เวลาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมสังเคราะห์อาจจะยังมีกลิ่นเหมือนตอนเปิดใช้แรก ๆ จึงทำให้เราไม่ทันได้สังเกตวันหมดอายุก่อนจะหยิบใช้

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว5

ทําไมน้ำหอมในสกินแคร์ถึงไม่ดีกับผิว?

น้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิวเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ไวต่อความรู้สึกมากที่สุด ไม่สําคัญเลยว่าน้ำหอมเหล่านั้นจะมาจากธรรมชาติหรือการสังเคราะห์ เพราะนี้ทั้งหมดนี้สามารถสร้างการระคายเคืองได้เหมือนกัน มันทําให้เกิดปัญหาอะไรได้บ้าง? ตามที่ American Academy of Dermatology ได้วิจัยผลที่ได้มาคือ น้ำหอมเป็นสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดของโรคผิวหนังจากเครื่องสําอาง มันมักจะมีอาการคล้ายกับตอนที่คุณใช้กรดหรือเรตินอล ผิวจะรู้สึกร้อน คัน แสบร้อนไม่ว่าคุณจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ปลอบประโลมกี่ชนิดก็ตามหลังอาการแพ้อาการนี้ก็ยังไม่หายไปทำได้เพียงลดอาการ เราแนะนำให้เลือกใช้ส่วนผสมที่ผ่อนคลายและต้านการอักเสบ เช่น ข้าวโอ๊ตหรือว่านหางจระเข้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง รอให้ผิวสงบหรือมีอาการที่คงที่แล้วค่อยทาบำรุงในภายหลังนะคะ

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว6

สกินแคร์ที่ปราศจากน้ำหอมจะดีกว่าหรือไม่?

คําตอบสําหรับคําถามนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สําหรับคนที่มีอาการแพ้น้ำหอมหรือผู้ที่มีผิวที่ไวต่อสิ่งเร้าคําตอบคือ “ใช่” แต่หากกับผิวที่ไม่ค่อยมีปัญหาคำตอบก็จะแตกต่างออกไป ผลิตภัณฑ์บํารุงผิวที่ปราศจากน้ําหอมจะให้ประโยชน์สําหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ รวมถึงบางคนที่มีประสาทการรับกลิ่นที่บอบบางสามารถปวดหัวได้ง่ายจากกลิ่นที่เบาบาง

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว7

ใครควรหลีกเลี่ยงกลิ่นหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว?

“ทุกคนควรหลีกเลี่ยงหากเป็นไปได้” หากคุณใช้แล้วไม่มีอาการแพ้หรือมีผิวแสบ แดง คันไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ผิวของคุณอาจไม่ตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมแบบที่สามารถเห็นได้จากภายนอกแต่ที่จริงแล้วยังคงทําให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ คุณอาจไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทันทีแต่เมื่อเวลาผ่านไปการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะเริ่มปรากฏขึ้น (มันคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าคุณไม่ทาครีมกันแดดเมื่อตอนอายุยังน้อยเมื่อเวลาผ่านไปผิวคล้ำเสียสะสมจะเริ่มปรากฏ) โดนเฉพาะคนที่แพ้น้ำหอมทุกรูปแบบ (ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นสังเคราะห์หรือธรรมชาติ) คุณควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของคุณทั้งหมด แต่หากอยากรู้เฉพาะเจาะจงไปกว่านั้นควรนัดกับแพทย์เพื่อตรวจสอบโรคภูมิแพ้ที่คุณจะสามารถหาสิ่งที่คุณแพ้ได้แบบรายชนิดได้เลยนะ รวมถึงคนที่เป็นสิวมีรอยดําหรือจุดด่างดํา คัน แดง หรือแสบผิว ควรพยายามหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม และนี้สำคัญกับผู้ที่มักจะเป็นไมเกรน ควรเลือกที่จะหลีกเลี่ยงกลิ่นหอมในการดูแลผิว จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าแพ้กลิ่นมักจะพบบ่อยในผู้หญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มักจะเป็นไมเกรนดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปราศจากน้ำหอม

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว8

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์บํารุงผิวของคุณมีน้ำหอมที่เป็นอันตรายในนั้น?

นอกจากการดมกลิ่นแล้ว สามารถพลิกดู ฉลากหลังกล่องได้โดยส่วนใหญ่แล้วจะเขียนคำว่า Fragrance และ Parfum นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) บางชนิดขอเน้นย้ำว่าบางชนิดที่อาจทําให้เกิดปัญหาผิวได้ เช่น ส้ม แต่ส่วนผสมจากธรรมชาติบางอย่างกลับไม่เป็นพิษกับผิว เช่น วานิลลาและอัลมอนด์มีกลิ่นที่น่ารักและไม่ทำร้ายผิว ดังนั้นการเข้ารับการเทสสารก่อภูมิแพ้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ไม่ถูกกับผิวเรา

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว9

“Clean Fragrance” เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้วเรามีแนวคิดแบบคลาสสิกว่าสิ่งที่เราได้รับจากแหล่งธรรมชาติจะมีแต่ประโยชน์ต่อสุขภาพของเราและปราศจากผลข้างเคียงหรือความเป็นพิษ แต่มันไม่เป็นความจริงเสมอไป น้ำหอมสังเคราะห์และน้ำหอมธรรมชาติต้องได้รับการควบคุมและทดสอบอย่างเข้มงวดก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ออกสู่ตลาดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ฉะนั้นเราอยากบอกว่า ไม่! น้ำหอมในสกินแคร์ไม่ดีกับผิว เพราะว่าน้ำหอมใด ๆ ก็แล้วแต่ทั้งจากธรรมชาติและการสังเคราะห์ ถึงแม้จะมีบางแบรนด์ที่เข้ามาพูดถึง Clean Fragrance มันเป็นเพียงแนวคิดที่อุตสาหกรรมความงามพยายามเบี่ยงประเด็นว่า นี้คือกลิ่นที่มาจากธรรมชาติ ออแกร์นิค หรืออะไรก็แล้วแต่ ๆ ไม่ได้บอกว่าปลอดภัยต่อการแพ้! เราขอเน้นว่าน้ําหอมสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้ไม่ว่าจะเป็นจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว10

Essential Oil (น้ำมันหอมระเหย) ล่ะ?

หลายคนอาจจะจัดคำนี้รวมเข้ากับน้ำหอมด้วยที่จริงแล้วนี่เป็นสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อปัญหาผิวบางชนิด เช่น การฆ่าเชื้อหรือสมานแผล น้ำมันหอมระเหยทําจากสารธรรมชาติทั้งหมด 100%น้ำมันหอมระเหยสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ดอกไม้ สมุนไพร หรือราก น้ำมันเหล่านี้เป็นการสกัดบริสุทธิ์ที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นด้วยไอน้ําหรือน้ํามันพาหะบางชนิดน้ำมันบริสุทธิ์ 100% เหล่านี้ยังไม่ได้ถูกเจือจางหรือปนเปื้อนใด ๆ เช่น ตัวทําละลายหรือสารเติมแต่งอื่น ๆ น้ำมันหอมระเหยเป็นเรื่องยากที่จะทําการสังเคราะห์ซ้ำเนื่องจากมันประกอบด้วยสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่เลียนแบบได้ยาก คุณสามารถไว้ใจผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า Essential Oil บนฉลากได้เลยเพราะวัตถุประสงค์ของมันคือการแก้ไขปัญหาผิวไม่ใช่เพื่อกลิ่นหอม

ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ น้ำมันหอมระเหยมีจํานวนมากใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ, ปัญหาผิว, และความทุกข์ทางร่างกายอื่น ๆ เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์มากมายที่นำมาใช้ในผิวและผม เพื่อความนุ่มชุ่มชื้น ลดผื่น บรรเทากลาก และเป็นประโยชน์ต่อความเครียดและการบรรเทาไมเกรน น้ำมันหอมระเหยยังสามารถนํามาภายในร่างกายในขณะที่น้ำหอมไม่สามารถทําได้ หลายคนใช้น้ำมันหอมระเหยโดยตรงกับผิวหรือหยดในอ่างอาบน้ำสูดดมมันผ่านเครื่องทําความชื้น

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว11

โปรดอย่าจำสลับ Essential Oil เป็นสารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายและผิวพรรณส่วน Fragrance คือใช้เพื่อให้กลิ่นหอมเท่านั้น

“มีบางแบรนด์ที่สามารถหลุดพ้นจากการแสดงรายการส่วนผสมอย่าง ‘น้ำหอม’ ไปได้เพราะอาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบน้ำหอมแต่ยังให้กลิ่นหอมได้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าหารายการส่วนผสมที่เขียนว่า Fragrance ไม่เจอเพราะมันจะเขียนเป็นส่วนผสมชื่ออื่นแทน”

ความจริงที่ยากต่อการหลีกเลี่ยง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลิ่นหอมแท้จริงแล้วมันมีกลิ่นเหมือนกับสารเคมีหรือตามแหล่งที่มาวัตถุดิบ ซึ่งมักจะไม่สร้างความพึงพอใจเท่าใดนัก น้ำหอมเป็นตัวเสริมเพื่อสามารถใช้เพื่อดึงดูด ตรงเข้าสู่ศูนย์รับกลิ่นในสมองหรือความรู้สึกเพื่อสร้างการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มีทัศนคติต่อแบรนด์ดีขึ้น เช่น คนที่เหนื่อยล้ามักจะชอบกลิ่นที่สดชื่น ลองคิดตามว่ากลับจากที่ทำงานเหนื่อย ๆ แล้วนั่งลงมาสก์หน้าที่แช่เย็นไว้เลือกกลิ่นผลไม้ที่ชอบแค่นี้ก็สร้างความสุขได้มากเลยนะ 

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว12

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลจริง ๆ เพราะสภาพผิวและความทนของผิวนั้นแตกต่างกันมากทางที่ดีควรเข้ารับการทดสอบอาการแพ้กับสิ่งเร้าต่าง ๆ เพื่อจะได้เข้าใจผิวและสามารถเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผิวโดยที่ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะแพ้อะไรในสกินแคร์ตัวไหนอีกหรือไม่และอย่ากังวลเรื่องน้ำหอมในสกินแคร์จนลืมสารตัวอื่น เช่น เบนซิลแอลกอฮอล์, เบนซิลซาลิไซเลตและซินนามิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย ลองทำความเข้าใจกับฉลากหลังขวด(กล่อง) ให้ดีเพื่อสุขภาพผิวที่ดี prettyladybaby

บาคาร่าออนไลน์

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG