History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?

รีวิวน้ำหอม

ก่อนที่มันจะมาเป็นสินค้าหลักหนึ่งชนิดในอุตสาหกรรมแฟชั่นน้ำหอมนั้นในหลายวัฒนธรรมได้ถูกใช้ในเฉพาะกลุ่มคนระดับสูงทั้งราชวงศ์หรือชนชั้นปกครองเท่านั้นเพื่อแยกแยะตัวเองออกจากชนชั้นอื่นในสังคม(คล้ายกับสัญลักษณ์ของแบรนด์หรูในสมัยปัจจุบัน) นอกจากนี้แล้วเมื่อย้อนกลับไปไกลกว่านั้นโลกยุคโบราณอาจให้ความสำคัญกับกลิ่นว่ามีประโยชน์ในด้านพลังอำนาจเหนือกว่าในแง่ของกลิ่นหอม การประกาศอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์นอกจากต้องสะอาดแล้วกลิ่นหอมก็สำคัญเช่นกัน ลองนึกถึงสมัยที่ผู้คนมีเหงื่อออก กลิ่นสัตว์เลี้ยงมีอยู่ทุกที่ เศษซากขยะเปียกตามท้องถนนทำให้จำเป็นต้องแยกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่หรูหราสำหรับชนชั้นสูงออกด้วยกันเป็นการบ่งบอกถึงความมั่งคั่งมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่เข้าถึงผลิตภัณฑ์เครื่องหอมเนื่องจากมีราคาแพงและหาซื้อได้ยากแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับน้ำหอมก็เปลี่ยนไปวันนี้เราจะมาดูไทม์ไลน์ต้นกำเนิดน้ำหอมตั้งแต่ยุคโบราณสู่ปัจจุบันกันค่ะ

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?1

ต้นกำเนิดของคำว่าน้ำหอม

น้ำหอมมาจากคำภาษาละตินว่า “per fumus” ซึ่งแปลว่าควันที่มาจากการจุดบางสิ่งเพื่อให้ได้ควันหอมต่อมาชาวฝรั่งเศสได้ปรับปรุงคำว่า “parfum” ให้ทันสมัย ​ซึ่งหมายถึงกลิ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ธูปเรซิน

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?2

นักเคมีหญิงที่ถูกลืม

บันทึกครั้งแรกในโลกของนักปรุงน้ำหอมได้พบนักเคมีชื่อ Tapputi ผู้หญิงจากบาบิโลนโบราณในเมโสโปเตเมีย นักวิทยาศาสตร์หญิงที่มักถูกลืมและไม่ค่อยปรากฏในประวัติศาสตร์ ตลอดมาโดยถูกพบว่ามีรูปแกะสลักหินผู้หญิงคนแรก ๆ ของโลกที่เรารู้จักชื่อ Tapputi Belatekallim นักโบราณคดีได้พบบันทึกการทำงานของเธอในตำราดินเหนียวซึ่งมีอายุย้อนไปถึง 1200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในบาบิโลนโบราณน้ำหอมไม่ได้เป็นเพียงกลิ่นเครื่องสำอางเพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสารแต่งกลิ่นที่จำเป็นสำหรับการรักษาโรคและพิธีกรรมทางศาสนาอีกด้วย

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?3

อย่างที่นักปรุงน้ำหอมสมัยใหม่นี้ได้แนะนำหรือเปิดคอร์สการผสมน้ำหอม นี้ไม่ใช่แค่การผสมกลิ่นเพื่อดูว่ากลิ่นไหนหอมที่สุด ต้องใช้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเคมีและความเข้าใจในกระบวนการทางเทคนิค เช่น การสกัดและการระเหิด Tapputi เธอได้ใช้ทักษะเหล่านี้ได้ดีเมื่อพันปีที่แล้วเรารู้ภูมิหลังหรือชีวิตส่วนตัวของ Tapputi เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ประวัติศาสตร์ได้ทิ้งเราไว้กับหนึ่งในสูตรของเธอนั่นคือ ยาหม่องที่มีกลิ่นหอมสำหรับกษัตริย์แห่งบาบิโลน และไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้หญิงจะเกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับการสร้างกลิ่นหอม เพราะดูจากรายการอุปกรณ์ที่ใช้ดูเหมือนจะเลือกใช้อุปกรณ์ที่หาได้จากห้องครัวของชาวบาบิโลนหรือการดัดแปลงจากเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้ดูเหมือนจะเห็นว่าผู้หญิงเป็นผู้เริ่มต้นทั้งนักประดิษฐ์และการผสมด้านเคมี

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?4

ยุครุ่งเรืองของกลิ่นหอมในอียิปต์โบราณ

การค้นพบน้ำหอมที่เก่าแก่ที่สุดที่บันทึกไว้นั้นมาจากเมื่อหลายพันปีก่อนชาวอียิปต์ตอนต้น (3,000 ปีก่อนคริสตกาล ถึง 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ) ดูเหมือนว่าชาวอียิปต์โบราณจะไม่ได้ใช้การกลั่นเพื่อให้ได้สารหอมแล้วพวกเขาทำน้ำหอมได้อย่างไร? อาจจะได้มาจากการทำ Enfleurage (หมักดอกไม้ในน้ำมัน) แต่รายละเอียดหรือเทคนิคของพวกเขาไม่ได้ถูกเขียนขึ้นแต่กลับถูกส่งต่อโดยปากเปล่าเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นค้นพบวิธีสร้างน้ำหอม

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?5

น้ำหอมที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในอียิปต์โบราณรู้จักกันดีที่สุดคือ Kyphi ทำขึ้นด้วยterebinth resin, saffron, raisins, cinnamon, wine, myrrh, honey และส่วนผสมอื่น ๆ สูตรต้นตำรับยังคงเป็นความลับเพราะกลิ่นนี้ใช้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ในสมัยนั้นน้ำหอมจะมีความเข้มข้นกว่าในปัจจุบันโดยมีความคงตัวคล้ายกับน้ำมันมากกว่าน้ำ

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?6

เช่นเดียวกับช่วงเวลาสำคัญอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์โลกอียิปต์โบราณยังคงมีความลับมากมาย ทีมนักวิจัยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายอย่างการสร้างน้ำหอมที่พระราชินีคลีโอพัตราสวมใส่เอง พวกเขาทำมันได้อย่างไร? นักวิจัยเหล่านี้เก็บรวบรวมสารตกค้างจาก Amphorae(โถโบราณ) และรวบรวมข้อมูลจากตำราโบราณเพื่อพยายามนำน้ำหอมโบราณกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?7

น้ำหอมตัวแรกที่ถูกผสมขึ้น?

น้ำหอมสมัยใหม่ตัวแรก (น้ำมันที่ผสมในสารละลายแอลกอฮอล์) คือ Hungary Water น้ำหอมนี้เป็นส่วนผสมของกลิ่นเลมอน, ดอกส้ม, โหระพา และกลิ่นโรสแมรี่ น้ำหอมแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลกแต่จะพูดถึงก็อาจจะไม่ใช่น้ำหอมไปซะทีเดียวแต่เป็นยาที่รักษาได้หลากหลายอาการซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเวทมนตร์ ตามตำนานเล่าว่าน้ำนี้สร้างขึ้นเพื่อพระราชินีเอลิซาเบธแห่งฮังการี (ค.ศ. 1305-1380) น้ำวิเศษนี้ได้แพร่กระจายไปในหลายประเทศและหลายศตวรรษไม่ว่าจะเป็นสูตรดั้งเดิมหรือแบบปรับสูตรแล้วก็ตาม ผู้คนได้นำไปใช้ทั้งเพื่อสูดดม ถูผิวหนัง หรือเจือจางในอ่างแช่ตัวเพื่อให้อายุยืนยาว มีสุขภาพที่ดี และความอ่อนเยาว์ 

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?8

ไทม์ไลน์ตั้งแต่ยุคโบราณ – ยุคกลาง – ยุคปัจจุบัน

เราจะมาเรียงไทม์ไลน์เพื่อคุณจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าในแต่ละยุคแต่ละสมัยมีเหตุการณ์สำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงกับน้ำหอมมาจนเป็นน้ำหอมในรูปแบบที่เราใช้ในปัจจุบันนี้ได้อย่างไร เข้าใจง่าย เห็นภาพได้ชัด ในส่วนนี้คุณจะได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงและเกร็ดความรู้ที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับน้ำหอมและศิลปะการทำน้ำหอมโดยแบ่งเป็น 3 ยุคหลัก ๆ 

สมัยโบราณ

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?9

4000 ปีก่อนคริสตศักราช : พบเครื่องหอมที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะไซปรัส มีการผลิตน้ำหอมอยู่ในระดับอุตสาหกรรมเลยล่ะ

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?10

3300 ก่อนคริสตศักราชถึง 1300 ปีก่อนคริสตศักราช : ในช่วงเวลาของอารยธรรมสินธุ มีการกล่าวถึงการกลั่นอิตตาร์(น้ำมันหอม)ที่เก่าแก่ที่สุดถูกบันทึกในเอกสารอายุรเวทของชาวฮินดู Charaka Samhita และ Sushruta Samhita (เป็นหลักสูตรแพทย์แผนโบราณของชาวอินเดีย)

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?11

3000 ปีก่อนคริสตกาล : ชาวอียิปต์ใช้กลิ่นเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะสำหรับคนร่ำรวย และเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องบรรณาการสำหรับมัมมี่ของฟาโรห์ ได้พบสูตรน้ำหอมโบราณในวัดอียิปต์ ในช่วงเวลาที่อียิปต์มีการค้าเครื่องเทศและเรซินกับตะวันออกกลาง อินเดีย และอาระเบีย แต่ก่อนจะเป็นน้ำหอม ก็ได้มีเครื่องหอมที่เป็นส่วนหนึ่งของสุขอนามัยประจำวันเช่นกัน ธูปและมดยอบเป็นส่วนผสมหลักของกลิ่นหอมในสมัยนั้น

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?12

สหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช : ได้เกิดผู้ผลิตน้ำหอมรายแรกในประวัติศาสตร์ – Tapputi จาก Babylon เธอเคยกลั่นดอกไม้ น้ำมัน และสารประกอบอะโรมาติกอื่น ๆ กรอง และทำซ้ำหลายครั้งจนได้มาเป็นส่วนผสมที่เข้มข้น

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?13

ชาวโรมันและชาวกรีก : Pliny the Elder (ปราชญ์โรมันและผู้บัญชาการกองทัพ) ได้บันทึกการใช้น้ำกลิ่นกุหลาบเพื่อซ่อนกลิ่นเหม็นในที่สาธารณะ พวกเขาสร้างภาชนะได้แก่การแก้วเป่าสำหรับเก็บน้ำหอม แต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในปี ค.ศ. 5 ทำให้วัฒนธรรมนี้เกือบสูญหายแต่ยังดีที่ข้อมูลเหล่านี้ยังอยู่รอดได้ต้องขอบคุณพ่อค้าชาวตะวันออกที่ทำการค้าขายจึงมีหลักฐานและข้อมูลที่หลงเหลือให้เราได้ข้อมูลที่สำคัญนี้ ซึ่งเช่นเดียวกับชาวอียิปต์ชาวกรีกได้ใช้น้ำหอมในพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันซึ่งก็มีให้สำหรับคนทั่วไปที่ใช้ทั้งในงานแต่งงาน งานศพ และการเกิด

ศตวรรษที่ 6 ถึงศตวรรษที่ 19

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?14

ศตวรรษที่ 6 เป็นต้นไป : วัฒนธรรมอิสลามมีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องหอมในตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก พวกเขาแนะนำให้มีการสกัดน้ำหอมเพื่อความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นผ่านการกลั่นด้วยไอน้ำและการแนะนำค้นหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ทั้งสองสิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเคมีและวิทยาศาสตร์ของตะวันตก เมื่ออิสลามเติบโตขึ้นชาวมุสลิมใช้น้ำหอมในชีวิตประจำวันและมีผลกระทบอย่างมากต่อพิธีกรรมทางศาสนาของพวกเขา(ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 )การใช้น้ำหอมถือเป็นหน้าที่ทางศาสนาโดยส่วนใหญ่จะใช้มัสค์ แอมเบอร์ และโรสในวัฒนธรรมอิสลาม Ibn Sina (แพทย์และนักเคมีชาวมุสลิม) เป็นผู้บุกเบิกกระบวนการสกัดน้ำมันจากดอกไม้ด้วยการกลั่น กระบวนการนี้ยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?15

ยุโรป : น้ำหอมที่อยู่ภายใต้อิทธิพลและความรู้ของชาวอาหรับได้แพร่กระจายมาถึงยุโรปในศตวรรษที่ 14

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?16

เกิดน้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมแรก : สร้างขึ้นตามคำสั่งของควีนเอลิซาเบธแห่งฮังการีและเป็นที่รู้จักในชื่อ “Hungary Water”

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?17

ฝรั่งเศสตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เป็นต้นไป : ฝรั่งเศสกลายเป็นศูนย์กลางของศูนย์น้ำหอมและเครื่องสำอางของยุโรปตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 14 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมือง Grasse ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำหอมของโลกตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาน้ำหอมถูกใช้เพื่อสุขอนามัยในชีวิตประจำวันในหมู่ชนชั้นสูงในยุโรป ถุงมือหอมได้รับความนิยมมากเมื่อศตวรรษที่ 17 ในฝรั่งเศสโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศสทรงรักและหลงใหลน้ำหอมมากจนต้องการน้ำหอมใหม่ทุก ๆ วันจนในรัชสมัยของพระองค์ราชสำนักนี้ได้ชื่อว่าเป็น “ลานน้ำหอม” เพราะพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ทรงใช้น้ำหอมทั้งบนผิวหนัง เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ด้วย

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?18

อังกฤษตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นไป : ในรัชสมัยของ Henry VIII และ Queen Elizabeth I สถานที่สาธารณะทุกที่มีกลิ่นเหม็น ทำให้พระองค์ไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็นเหล่านั้นได้จึงได้มีคำสั่งให้สุภาพสตรีในสมัยนั้นกลั่นน้ำหอมและสร้างสรรค์น้ำหอมได้เองจนได้กลิ่นหอมที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?19

อิตาลี ศตวรรษที่ 18 : ในปี 1709 นักปรุงน้ำหอมชาวอิตาลีชื่อ Johann Maria Farina ได้สร้าง Eau de Cologne ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ขึ้นเพื่อวางขายเป็นครั้งแรก มันถูกตั้งชื่อตามเมืองโคโลญของเยอรมันทำให้น้ำหอมกลายเป็นของที่หาซื้อได้ง่ายขึ้น

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?20

โลกใหม่/อเมริกา : Florida water หรือเป็น Eau de Cologne เวอร์ชันชาวอเมริกันหรือ Cologne Water มีพื้นฐานมาจากส้มเช่นเดียวกับน้ำโคโลญในยุโรป แต่เน้นไปที่ส้มหวาน (แทนที่จะเป็นมะนาวและเนอโรลี่ของน้ำโคโลญจน์ดั้งเดิม) และเพิ่มความเผ็ดร้อนรวมถึงลาเวนเดอร์และกานพลู

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?21

ศตวรรษที่ 19 : แคว้นซิซิลีของอิตาลี และแคว้นคาลาเบรีย-แคว้นกราสในฝรั่งเศสได้เพิ่มปริมาณการปลูกพืชที่มีกลิ่นหอมเพื่อใช้เป็นน้ำหอมตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 18 จนถึงทุกวันนี้ทั้งสามภูมิภาคนี้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของยุโรปในด้านวัตถุดิบ การค้า และการออกแบบ

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?22

การปฏิวัติฝรั่งเศส : ในช่วงการปฏิวัติในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 สังคมฝรั่งเศสทุ่มเทให้กับความหรูหราซึ่งต้องขอบคุณการเปิดการค้าขายเสรี ทำให้ฝรั่งเศสเป็นยักษ์ใหญ่ด้านแฟชั่นระดับนานาชาติ โดยมีบางแบรนด์เก่าแก่ที่สามารถอยู่รอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน เช่น Guerlain, Molinard และ Bourjois

ยุคศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?23

น้ำหอมสมัยใหม่ : สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าน้ำหอมที่เราคุ้นเคยกันนั้นได้เริ่มต้นขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อมันกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกทั้งรสนิยมที่เปลี่ยนไป การพัฒนาหัวน้ำหอมสังเคราะห์ นวัตกรรมขวดน้ำหอมที่ที่มีหัวกดพ่นละอองน้ำหอมทั้งหมดนี้หลอมรวมจนกลายเป็นน้ำหอมที่เราใช้ในปัจจุบันซึ่งน้ำหอมไม่ได้มีไว้สำหรับคนร่ำรวยและราชวงศ์เท่านั้นอีกต่อไปเราไม่สามารถขอบคุณใครอื่นนอกจาก Francois Coty ที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมและเข้าใจว่าการนำเสนอบทบาทที่สำคัญมีอะไรบ้างเขาเป็นคนแรกที่แนะนำเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์น้ำหอมของเขา ในปี 1921 Coco Chanel ได้เปิดตัวน้ำหอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกที่รู้จักกันในชื่อ Chanel No 5 ในขณะที่ Guerlain ได้ออกกลิ่น Shalimar ในปี 1925 เป็นน้ำหอมที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?24

การเติบโตของแบรนด์ดีไซเนอร์ : ศตวรรษที่ 20 มีแบรนด์ดีไซเนอร์มากมายเกิดขึ้น เช่น Yves Saint Laurent, Christian Dior และ Estée Lauder ซึ่งยังคงครองตลาดแฟชั่นในปัจจุบัน ขอบคุณ Coco Chanel และโลกาภิวัตน์ทำให้แบรนด์เหล่านี้ค่อย ๆ แตกแขนงออกไปยังนอกยุโรปซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับสหรัฐอเมริกา นี่เป็นกรณีของ Estée Lauder และน้ำหอมของเธอเปิดตัว Youth Dew ในปี 1953

ทศวรรษ 1970 ถึง 2000 : บางคนบอกว่า 30 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาทองของน้ำหอมที่เฟื่องฟูมาก มีกลิ่นมากมายที่น่าสนใจและถูกใช้เพื่อสร้างกลิ่นที่หลากหลายทั้งในนิชแบรนด์และแบรนด์ดีไซเนอร์เองยังสามารถใช้สารต่าง ๆ ที่มาจากธรรมชาติได้ เช่น กวางมัสค์ โอ๊คมอส ซึ่งส่วนผสมธรรมชาติเหล่านี้จะให้กลิ่นหอมที่ดีกว่าการสังเคราะห์นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำหอมที่ถูกผลิตก่อนยุคปี 2000 จึงสำคัญมากสำหรับนักสะสม เช่น Yves Saint Laurent Kouros และ Dior Poison (ถึงแม้ว่ายังมีวางขายและล็อตผลิตใหม่แต่ก็ไม่น่าเย้ายวนเท่าสูตรแรกสูตรเดิมที่ถูกคิดค้นขึ้น)

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?25

ทศวรรษ 2000 จนถึงปัจจุบัน : ศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการผลิตน้ำหอม ซึ่งสารประกอบดิบบางชนิดถูกจำกัดหรือห้ามอย่างเข้มงวดโดยสิ้นเชิงเนื่องจากการอาจก่ออาการแพ้รุนแรงหรือเป็นสารก่อโรคบางอย่างแก่คนบางคน ทุกแบรนด์ที่ใช้ส่วนผสมต้องห้ามเหล่านี้ต้องปรับเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเพื่อให้ได้กลิ่นใกล้เคียง(แน่นอนว่ามิติและความน่าหลงไหลของกลิ่นหอมก็จะน้อยลงตาม) 

History Of Perfume Timelineไทม์ไลน์ความเป็นมาของน้ำหอมจากต้นกำเนิดน้ำหอมมันเดินทางมายังยุคปัจจุบันได้อย่างไร?26

ไม่ว่าต้นกำเนิดน้ำหอมจะยาวนานมาหลายพันปีแล้วก็ตามน้ำหอมก็ยังคงอยู่รอดมาถึงปัจจุบันยิ่งไปกว่านั้นยุคนี้มีการแข่งขันที่สูงมากทำให้ทั้งน้ำหอมนิช (Niche) น้ำหอมดีไซน์เนอร์ (Desiner)และน้ำหอมอินดี้ (Indie) ที่เป็นแบรนด์อายุน้อยแต่มีบทบาทสำคัญในตลาดปัจจุบันต่างต้องแย่งลูกค้าและต้องการยอดขายมากขึ้น ทุกคนสามารถซื้อน้ำหอมใช้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนชั้นอีกแล้วตั้งแต่น้ำหอมตามร้านขายยาหรือน้ำหอมแบรนด์หรูขนาดไหนถ้าคุณมีเงินมากพอพวกเขาก็ยอมขายให้คุณ นอกจากนี้แล้วในช่วงปี 2010 เป็นต้นมามีแบรนด์ประหยัดได้โคลนกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังมากมายได้หลั่งไหลเข้ามาในตลาดด้วยทางเลือกที่ถูกและน่าสนใจกว่ารุ่นยอดนิยมที่แพงแสนแพงเหล่านั้นแม้จะให้กลิ่นใกล้เคียงแต่เมื่อเทียบคุณภาพกับแบรนด์ต้นฉบับแล้วอาจไม่ดีเท่าตามสะดวกเงินในกระเป๋าเลยค่ะ prettyladybaby

เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> เว็บตรงสล็อต

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
11 Facial Cleansersคลีนเซอร์ 11 ประเภทการเลือกคลีนเซอร์แบบไหนดีที่สุดสำหรับคุณ? (1) กินเนยกี(Ghee) ดีกับผิวจริงเหรอ?ให้ผิวสวยเปิดรับผิวเปล่งปลั่ง นุ่มนวล และดิวอี้ ด้วยไขมันดีมันคืออะไร - ต้นกำเนิด - ประโยชน์ - วิธีทำ (1) ครีมบำรุงผิว (64) ครีมบำรุงผิว ครีมบำรุงหน้า น้ำหอม (1) ครีมบำรุงหน้า (64) น้ำหอม (10) วิธีการตะไบเล็บที่ถูกต้อง (1) วิธีการเปลี่ยนผมหงอก (1) วิธีแต่งคิ้วให้สวยเด้ง (1) วิธีใช้ลิปสติกเป็นบลัชออน (1) สกินแคร์ใช้นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล? (1) เลือกน้ำหอมผู้หญิงจาก 6 กลุ่มนิสัย (1) “BVLGARI OMNIA FRAGRANCE COLLECTION” (part 2) (1) “J-Beauty(Japanese Beauty)”ความหมายของผิวสวยในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร?ด้วยคอนเซ็ปต์ เรียบง่าย รอบคอบ สร้างสรรค์แต่ดั้งเดิม (1)