The History Of Whooสูตรความงามจากจักรพรรดินีความสมดุลผิวที่กลมกลืนของเทคโนโลยีสมัยใหม่และคุณสมบัติทางยาของตะวันออกโบราณ

ครีมบำรุงผิว

The History Of Whoo เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสุดหรูของเกาหลีที่รวบรวมสูตรความงามที่พิถีพิถันซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้โดยจักรพรรดินี โดยตัวอักษรจีน “后” (Whoo) แปลว่าจักรพรรดินี ด้วยการประสานสูตรลับที่มีค่าที่สุดที่ใช้ในการแพทย์แผนตะวันออก(เกาหลี) เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ Whoo จึงสามารถสร้างประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและมีชื่อเสียงได้ในท้ายที่สุดมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะถูกสร้างขึ้นด้วยส่วนผสมคุณภาพสูงและความยอดเยี่ยม Whoo ช่วยให้คุณมีผิวสว่างและผิวที่สดใสมากขึ้น   “ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออยู่ที่ไหนผลิตภัณฑ์ของ Whoo จะดึงเอาความเป็น Empress(จักรพรรดินี) ภายในตัวคุณออกมาให้เปล่งประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” เกิดจากการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาล ในปี 2003 รัฐบาลเกาหลีใต้มอบหมายให้ LG Household & Health Care ได้คิดค้นและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับพรีเมียมแบบองค์รวมที่ได้แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่าและมีชื่อเสียงของเกาหลี ตั้งแต่นั้นมา “The history of Whoo” ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยทีมงานที่รับผิดชอบแบรนด์ Whoo ได้ทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนาที่จริงจังและยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วยนวัตกรรมที่ก้าวหน้าร่วมกับส่วนผสมที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการรักษาผิวพรรณที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจักรพรรดินีโดยจากวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเองและการทุ่มเทของทีมงานทำให้ปัจจุบัน Whoo เป็นแบรนด์ความงามหรูระดับบน ๆ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกซึ่งมีจำหน่ายทั่วเอเชียและอเมริกาเหนือ เรื่องราวจากจักรพรรดินี ประวัติศาสตร์ของการสร้างความงามอันล้ำค่าจากความลับของจักรพรรดินีเกาหลีทำให้แบรนด์ The history of Whoo เต็มไปด้วยความลึกลับด้วยสูตรลับที่สืบทอดกันมาหลายยุคสมัยสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์โด่งดังและเป็นที่รู้จักคือการนำวัตถุดิบชั้นดีที่มีต้นกําเนิดในเกาหลีเท่านั้นแต่ตอนนี้ถูกตีความใหม่โดยการนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาเข้าร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ของการแพทย์ตะวันออกอย่างกลมกลืนแต่คุณยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ในการบำรุงผิวของราชวงศ์เกาหลีได้ด้วยคุณประโยชน์ รูปลักษณ์ และกลิ่นหอมผ่อนคลาย โลโก้ แรงบันดาลใจในการออกแบบโลโก้นั้นได้จากหนึ่งในเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิมของเกาหลี […]

6 HD Powder คืออะไร?แป้งที่เนียนละเอียดระดับ HDมันคืออะไร? ทำไมมันจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ? มาหาคำตอบกัน!

ครีมบำรุงผิว

ช่วงนี้เราจะเห็นว่ามีบิวตี้บล็อกเกอร์หรือเน็ทไอดอลหลาย ๆ คนมีการใช้แป้งสีขาว ๆ ปัดหลังจากการแต่งหน้าเสร็จเคยสงสัยกันมั้ยว่าเนื้อแป้งสีขาวเช่นนั้นมีประโยชน์อย่างไรกับผิวของเรา? จะเข้าได้กับสีผิวเราหรือเข้าได้กับทุกสีผิวจริงเหรอ? จะปกปิดมั้ย? เลือกอย่างไร? ในบทความนี้เรามีคำตอบจากทุกคำถามให้กับคุณค่ะ   ใคร ๆ ก็รู้ว่าแป้งฝุ่นที่ดีสามารถช่วยเซ็ตเมคอัพของคุณให้เรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงแป้งฝุ่นมันกลับมีหลายชนิดจนบางทีก็เกิดการสับสนว่าจะเลือกใช้ชนิดใดจะเป็นประโยชน์สำหรับผิวหรือเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดคุณอาจเห็นคำว่า “Setting powders, Finishing powders หรือคำแปลก ๆ อย่าง HD Powder” แต่คำใดล่ะที่คุณต้องการเพื่อมอบผลลัพธ์ให้ผิวหน้าที่ดีและไร้ที่ติมากที่สุด อ่านต่อเพื่อเรียนรู้ความแตกต่างของแป้งฝุ่นเหล่านี้ ก่อนที่เราจะเริ่มต้นกับแป้งประเภทต่าง ๆ ควรสังเกตว่าคำเช่น “Finishing” และ “Setting” คำเหล่านี้บางครั้งสามารถใช้แทนกันได้เพราะแบรนด์ต่าง ๆ อาจให้ความหมายที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามเราทราบดีว่าสิ่งนี้อาจทำให้สับสนที่น่าสนใจใน HD Powder จะเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ควรอยู่ในคลังเครื่องสำอางของคุณ  อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Setting Powder, Finishing Powder และ HD Powder? เริ่มจากพื้นฐานกันก่อน : คำว่า “Setting powder” และ “Finishing powder” มักใช้แทนกันได้ในอุตสาหกรรมการแต่งหน้า […]

แต่งหน้าอย่างไรช่วงฤดูหนาวเพื่อบอกลาผิวแห้งเป็นขุย! และเทรนด์เมคอัพสนุก ๆ สำหรับช่วงเทศกาล 

ครีมบำรุงผิว

เรามาถึงตอนท้ายของปีและวันหยุดยาวที่ทุกคนรอคอยกันแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าในเกือบทุกที่บนโลกฤดูหนาวเป็นฤดูที่คุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงฤดูแต่งงานและเทศกาลต่าง ๆ และปีนี้เราได้พ้นยุคการแพร่ระบาด(ค่อนข้างจะ) อย่างเป็นทางการ และเทรนด์การแต่งหน้าหรือการดูผิวต่าง ๆ ก็กลับมาอีกครั้งและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าที่เคยเพราะทุกคนจะได้เปิดหน้าอวดโฉมกันแบบเต็ม ๆ ได้สักทีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฤดูหนาว ทำให้นึกถึงริมฝีปากที่แวววาว บลัชออนสีจัดจ้าน อายแชโดว์สีน้ำเงินและอื่น ๆ คุณรู้สึกหนาวในอากาศหรือไม่? ลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าต่างของคุณหรือไม่? แต่เฮ้คนสวย! ทำไมคุณถึงดูกังวลมากกับการแต่งหน้าในช่วงฤดูหนาว คุณอาจจะกังวลเรื่องของสภาพผิวไม่เรียบเนียนผิวแห้งเป็นขุยดูขรุขระและหม่นหมอง อันที่จริงแล้วคุณสามารถมีผิวที่สดใสและเปล่งปลั่งในฤดูกาลนี้ได้เช่นกัน จงรู้ไว้ว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่อาจพบปัญหาผิวในช่วงฤดูอันหนาวเหน็บนี้! ดังนั้น วันนี้คุณจะได้อ่านเกี่ยวกับเคล็ดลับการแต่งหน้าในฤดูหนาวที่จะทำให้คุณปราศจากผิวที่ลอกเป็นขุย เรามาอ่านเคล็ดลับความงามสำหรับหน้าหนาวกันดีกว่า เคล็ดลับการแต่งหน้าในฤดูหนาว เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศและแสงก็เปลี่ยนไปรวมถึงสภาพผิวของเราด้วย ซึ่งหมายความว่าเทคนิคการแต่งหน้าในฤดูหนาวของเราต้องปรับให้เข้ากับวัฏจักรของธรรมชาติเพื่อให้ผิวของเราดูดีที่สุด ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับการแต่งหน้าในฤดูหนาวเราได้รวบรวมเคล็ดลับการแต่งหน้าในฤดูหนาวที่สำคัญที่สุดที่คุณควรจะทำ เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งในฤดูหนาวอาจส่งผลต่อผิวของคุณให้แห้งมากขึ้นและสิ่งที่ผิวของเราจะทำคือการผลิตน้ำมันบนผิวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องแต่งหน้าเบาๆ ในแง่ของ “การลงรองพื้น” แต่ให้เน้นที่การรักษาความชุ่มชื้นของผิวด้วยการผสมมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เล็กน้อยลงบนรองพื้นก็เป็นตัวเลือกที่ดีหากต้องการให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น จำไว้ว่าไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการลงรองพื้นที่เน้นให้เห็นถึงความแห้งของผิวที่ทำให้ใบหน้าดูไม่ดี งงว่าทำไมต้องมาสคาร่ากันน้ำในหน้าหนาว? ลมหนาวและสภาพอากาศหนาวเย็นอาจทำให้ดวงตาของคุณมีน้ำมากกว่าปกติได้ ดังนั้นมาสคาร่าและดินสอเขียนขอบตาแบบกันน้ำจึงจำเป็นเพื่อป้องกันให้คุณจะไม่กลายเป็นหมีแพนด้าเมื่อออกไปข้างนอกในเดือนที่อากาศหนาวเย็น แม้ว่าการปัดบรอนเซอร์จะไม่ค่อยเข้ากับผิวของคนส่วนใหญ่ในช่วงฤดูหนาว แต่บลัชออนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มสีสันให้กับฤดูหนาวที่ทำให้สีผิวอ่อนลงนั่นทำให้ผิวของคุณดูโทรม การเพิ่มเฉดสีชมพูให้กับพวงแก้มจะช่วยให้มีเลือดฝาดและเป็นธรรมชาติ โดยที่คุณไม่ต้องแต่งหน้ามากเกินไป ในกรณีนี้ที่จะหมายถึง เช่น แป้งสำหรับทาหน้า บลัชออนแบบแป้ง และแม้แต่อายแชโดว์แบบแป้งสามารถเน้นและกระตุ้นให้หน้าแห้งได้ เปลี่ยนผลิตภัณฑ์แป้งของคุณเป็นครีมและของเหลว เพื่อให้ใบหน้าของคุณอ่อนนุ่มและชุ่มชื้น ทำให้การแต่งหน้าของคุณดูดีขึ้น และผลิตภัณฑ์ที่คุณเปลี่ยนมาใช้ได้แก่ รองพื้นชนิดครีมหรือชนิดน้ำ ไฮไลท์ชนิดน้ำ บลัชออนชนิดครีมหรือมูส […]

10 ตัวดังจาก “CLARINS”ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสปาสู่แบรนด์ดูแลผิวระดับโลกของฝรั่งเศส

ครีมบำรุงหน้า

เมื่อจะพูดถึงแบรนด์สกินแคร์หรูที่คุ้นตาให้ลองนึกภาพย้อนไปในอดีตเมื่อคุณเดินผ่านเค้าเตอร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่แสนจะหรูหราบนห้างชั้นนำคงจะคุ้นตากับโลโก้ที่ประกอบด้วยตัวหนังสือคำว่า CLARINS(คลาแรงส์) การตกแต่งและผลิตภัณฑ์ทดลองวางเรียงรายสะอาดตาและสวยงามดูหรูหราบนชั้นวางส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้ผ่อนคลายชวนหลงใหล และสิ่งที่สำคัญกว่าชื่อเสียงและภาพลักษณ์อันหรูหราของแบรนด์แล้วเรื่องคุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่เหมาะสมกับราคาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จจนมีสปาหรูหลาย ๆ แห่งได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากคลาแรงส์เพื่อมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าผ่อนคลายได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือแม้กระทั่งมีบริการนวดผ่อนคลายที่บูธของคลาแรงส์เองก็ตาม   ความเป็นมาโดยย่อของ CLARINS(คลาแรงส์) มันถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1954 บนถนน Rue Tronchet ที่กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสโดย Jacques Courtin เริ่มต้นด้วยการเป็นร้านสปาและร้านเสริมสวยจึงอาจจะเรียกเขาว่าเป็นหมอนวดโดยไม่เต็มปากมากนักแต่ที่แน่ ๆ คือเขาเคยเป็นนักเรียนแพทย์แต่กับต้องเจอสถานการณ์ที่เลวร้ายจากสงครามโลกครั้งที่สองเลยหมดโอกาสที่จะเป็นแพทย์เขาจึงหันมาเปิดร้านสปาและได้ใช้ความรู้ที่เขามีอยู่ทำผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ควบคู่ไปกับการนวดกระชับผิวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Courtin จนมีลูกคาติดอกติดใจจนเขาตัดสินใจทำขายภายใต้ชื่อ CLARINS(คลาแรงส์) ที่มีจุดเด่นจากส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติทั้งพืชและแร่ธาตุที่หาได้ในตอนนั้น ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกสุดของคลาแรงส์รวมถึงน้ำมันร่างกายที่ได้จากพืช ซึ่งบางผลิตภัณฑ์ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ยอดเยี่ยมแล้ว คลาแรงส์ยังพัฒนาการประยุกต์ใช้และเทคนิคการนวดเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของเขามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ของคลาแรงส์กลายเป็นศิลปะและพิธีกรรมในตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์ของเขาเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงฝรั่งเศส แล้วทำไมแบรนด์ถึงชื่อ Clarins? ถ้าชื่อของเขาคือ Courtin(คอร์ติน)? CLARINS(คลาแรงส์) เป็นตัวละครโรมันที่คอร์ตินเล่นเมื่อตอนเป็นเด็กที่โรงเรียน Courtin รู้สึกเชื่อมโยงกับชื่อดังกล่าว (และ Clarins เป็นเครื่องรางนำโชคสำหรับเขา) ทำให้เขาตั้งชื่อแบรนด์ Clarins และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Clarins-Courtin ในปี 1978 กลายเป็น Jacques Courtin-Clarins รวมถึงในปัจจุบันครอบครัวของเขายังคงใช้นามสกุลนี้! ความรุ่งโรจน์ของแบรนด์ และปัจจุบันได้เผยแพร่ไปยัง 150 […]

“8 Foods for good skin”8 อาหารทานเพื่อผิวสวยจะช่วยได้จริงมั้ย?มาหาคำตอบกัน!

ครีมบำรุงผิว

กำลังมองหาวิธีที่จะทำให้ผิวของคุณดีที่สุดอยู่หรือเปล่า? มีคนกล่าวว่า “ต่อให้เราพยายามต่อต้านมันผิวของเราก็แก่ลงตามธรรมชาติ” แน่นอนว่าริ้วรอยและจุดด่างแห่งวัยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และความชราของผิวอาจถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้นได้จากการสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง สารเคมี และการรับประทานอาหารที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีครีมทาหน้าหรือทรีตเมนต์ที่ชื่นชอบแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผิวสวยเริ่มต้นจากการบำรุงจากภายในด้วยเช่นกันกับสุภาษิตโบราณที่ว่า “You are what you eat” เมื่อคำนึงถึงสิ่งนี้วิธีการแบบองค์รวมจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อ ปรนนิบัติผิวของคุณอย่างดีและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโภชนาการที่ดีให้กับร่างกายของคุณด้วยการรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุลรวมถึงผักและผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไขมันที่ดีต่อสุขภาพจากปลาและถั่วที่มีมันมาก และการดื่มน้ำให้เพียงพอเพราะเมื่อเซลล์ผิวเก่าจะถูกผลัดออกและถูกแทนที่อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งหมายความว่าการได้รับสารอาหารที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อซ่อมแซมร่างกายและผิวเมื่อเกิดการผลัดเปลี่ยนอย่างรวดเร็วนี้และเมื่อควบคู่ไปกับนิสัยที่ดีในการดูแลผิว เช่น การทาครีมกันแดดทุกวัน ตรวจสอบส่วนผสมตั้งแต่การต่อสู้กับอนุมูลอิสระไปจนถึงการปรับผิวให้เรียบเนียนสรุปง่าย ๆ ก็คือสิ่งที่ควรทำคือ ต้องกินผักและผลไม้ให้มากขึ้นลดปริมาณน้ำตาลและเกลือลงและเลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป  อะไรทำให้อาหารดีต่อผิวของคุณ? อาจจะฟังดูขัดแย้งอันที่จริงแล้วไม่มี superfood ไหนที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการปรับปรุงสุขภาพผิวแต่เป็นรูปแบบการบริโภคอาหารโดยรวมของคุณต่างหากที่สำคัญ การรับประทานอาหารที่มีพืชเป็นหลักควบคู่ไปกับการรับประทานปลาที่มีน้ำมันในปริมาณที่พอเหมาะคือวิธีที่ดีที่สุดในการบำรุงผิวให้แข็งแรง สารอาหารบางอย่างในอาหารจากพืช เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน และโพลีฟีนอลจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบ ส่งเสริมการ รองรับโครงสร้างของผิว และป้องกันการเกิดออกซิเดชันและมันมีมากในผัก ผลไม้ ถั่ว กาแฟ และชา งานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าอาหารที่อุดมด้วยพืชเป็นหลักมีความสัมพันธ์กับริ้วรอยบนใบหน้าที่ลดลง ในขณะที่อาหารที่เต็มไปด้วยเนื้อแดงและขนมขบเคี้ยวมีความสัมพันธ์กับริ้วรอยบนใบหน้าที่มากขึ้น นั่นหมายความว่าคุณควรเพลิดเพลินกับอาหารจากพืชมากขึ้นและอาหารแปรรูปพิเศษให้น้อยลง  8 อันดับแรกของอาหารสำหรับผิวที่เปล่งปลั่ง Flaxseeds เมล็ดแฟลกซ์ ประโยชน์เด่น : มีกรดไขมันจำเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ […]

“Cloud Skin”เมคอัพส้รางผิวเนียนนุ่มเหมือนปุยเมฆคนผิวมันเยิ้มควรลอง

ครีมบำรุงผิว

ในช่วงเวลาหนึ่งในยุค 90 เทรนด์เมคอัพแบบแมตต์ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้และเมื่อเราขยับเข้ามาไม่กี่ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับเลยว่าเทรนร์การแต่งหน้าได้เปลี่ยนมาใช้ลุคฉ่ำวาวสุขภาพดีเป็นกระแสหลักซึ่งยากที่จะต้านทานผลลัพธ์ของมันได้สร้างผิวโกลว์แวววาวเป็นประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงและสร้างผิวสัมผัสดุจแก้วออกมาได้อย่างน่าทึ่งมีเสน่ห์และชวนฝัน แต่ในปี 2023 นี้เทรนด์การแต่งหน้ากำลังจะก้าวออกจากความเปล่งประกายแต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนกลับไปเป็นลุคแมตต์สัมผัสด้านเหมือนแต่ก่อน แต่ลุคที่เราอยากแนะนำในวันนี้จะทำให้ผิวของคุณนุ่มนวลและไม่มันเงามากเกินไปแต่ให้สัมผัสที่เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาตินั่น คือ Cloud Skin โดยตามที่ Chantel Miller ช่างแต่งหน้าอาวุโสของ MAC Cosmetics ได้บอกว่ามีการเริ่มใช้ลุค Cloud Skin ในช่วงหนึ่งหรือสองปีที่แล้วซึ่งเส้นแบ่งระหว่างเนื้อแมตต์และฉ่ำดิวอี้โดยจะมอบประโยชน์สูงสุดให้กับสาวผิวมันเป็นพิเศษเพราะการแต่งหน้าลุคนี้บางเบาสามารถระบายอากาศได้ดีกว่าแต่ก็ยังคงช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดี โดยมีกุญแจสำคัญคือการดูผิวของคุณจริง ๆ รวมถึงเว้นเครื่องสำอางบางอย่างที่เกินจำเป็นเช่นให้ลงคอนซีลเลอร์ในจุดที่มีปัญหาแทนการทารองพื้นทั่วทั้งหน้า Cloud Skin  Cloud Skin จะอธิบายถึงผิวสัมผัสที่นุ่มนวล บางเบา ซึ่งแตกต่างจาก Glass Skin หรือ Dewy Skin ที่มีความฉ่ำ แวววาว และสะท้อนแสง โดย Cloud Skin จะมีเอฟเฟ็กต์ที่นุ่มนวล บางเบา และฟูฟ่อง กระจายตัวและเบลออย่างละเอียดอ่อนสร้างสรรค์ได้ง่ายและเหมาะกับทุกคนซึ่งสามารถสวมใส่ได้ตลอดเวลา ลุคนี้จะทำให้ผิวดูดีมากเนื่องจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสมดุลระหว่างความเปล่งประกายกระจ่างใสและการเบลอแบบซอฟต์โฟกัส เทรนด์นี้ทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนขึ้นและได้ผลลัพธ์ของผิวสวยที่เหมือนจริงและเคล็ดลับสำหรับเทรนด์นี้คือการผสมผลิตภัณฑ์หลักสองสามชิ้นที่มีส่วนผสมของประกายมุกไว้ด้านล่างแล้วค่อยเติมผลิตภัณฑ์เนื้อนุ่มดุจกำมะหยี่ของคุณไว้ด้านบน รวมถึงการผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้ากับรองพื้น แล้วคุณจะได้ผิวสัมผัสแบบซอฟต์โฟกัสที่เปล่งประกายในวันที่คุณต้องการ “ทั้งหมดเป็นเรื่องของความเปล่งประกายตามธรรมชาติแทนที่จะเปล่งประกายแบบโอเวอร์มันสามารถเข้าได้ครอบคลุมมากขึ้นเนื่องจากสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวและดูดีตลอดวันโดยไม่ทำให้คุณดูเป็นมันเยิ้ม”  7 ขั้นตอนเพื่อให้ได้ลุค “Cloud Skin” หมดยุคของการลงไฮไลท์แบบหนังปลาทูเพื่อพยายามโดดเด่นเปล่งประกายเจิดจรัสดึงดูดทุกสายตาแล้วตอนนี้คุณต้องลองเมคอัพแบบ […]

Chemical Peels 101 คู่มือผลัดเซลล์ด้วยสารเคมีสำหรับมือใหม่มีประโยชน์อย่างไร? อะไรที่ควรระวัง?

ครีมบำรุงหน้า

การลอกหรือการผลัดเซลล์ผิวเป็นวิธีการหนึ่งในการดูแลผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีอยู่สองรูปแบบคือ การผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีทางกายภาพ (Physical Exfoliator) เช่นการขัดถูผิวหนังด้วยการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ฟองน้ำ ถุงมือ แปรงขัดผิว รวมไปถึงวัตถุดิบที่หาได้ทั่วไป อย่างน้ำตาล เกลือ ข้าวโอ๊ต เบคกิ้งโซดาหรือกากกาแฟ และในอีกแบบหนึ่งที่เราจะพูดกันในวันนี้คือ Chemical Peels หรือ การผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้สารเคมี (Chemical Exfoliants) คือการใช้สารเฉพาะที่มีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งทั้งสองแบบนี้ได้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยค่อย ๆ มีการปรับปรุงและพัฒนาสูตรให้เข้ากับยุคสมัย ตอบโจทย์ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้หินภูเขาไฟตามมาด้วยนมเปรี้ยวในเมื่อประมาณ 4000 ปีก่อนคริสตกาล หรือจะเป็นการใช้กรดแลคติกในปัจจุบัน แนวคิดหลักก็ยังคงเหมือนเดิมคือเพื่อปรับผิวใหม่และคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ในปัจจุบันการผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้สารเคมี (Chemical Exfoliants) ที่ได้รับความนิยมมักเกี่ยวข้องกับกรดอัลฟ่าไฮดรอกซี (AHA) เช่น กรดแลคติก ซิตริก และทาร์ทาริก ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกพบในเครื่องสำอางที่มีอายุเก่าแก่จากการใช้นมเปรี้ยว องุ่นเปรี้ยว และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวเป็นส่วนผสม หรือเบตาไฮดรอกซี (BHA) เช่น ซาลิไซลิกที่มักใช้ในการควบคุมสิวก็ย้อนไปถึงวิธีการรักษาของชาวอินเดียโบราณในการใช้ Wintergreen ซึ่งเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมซึ่งมี BHA สูงเพื่อควบคุมความมันของผิว Chemical […]

“Younger Makeup Look”แต่งหน้าให้เด็กลงพบกับเคล็ดลับการแต่งหน้าเพื่อให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย

รีวิวครีมบำรุงผิว

คนส่วนใหญ่อาจกล่าวได้ว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้นใช่วิธีนี้ทำให้เราสามารถกระตุ้นตัวเองเพื่อเพิ่มพลังในการทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ยึดติดกับวัย แต่อย่างไรก็ตามการคิดบวกแบบนี้มีข้อดีมากก็จริงแต่ในทางร่างกายโดยเฉพาะลักษณะของผิวที่ค่อย ๆ ปรากฏริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น การใช้ชีวิต การทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ อาจทำให้เราไม่มีเวลาที่จะสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของผิวพอเห็นอีกทีเวลาที่มองผ่านกระจกอาจทำให้เราเป็นกังวลได้มากเลยทีเดียว และเมื่อคุณได้เห็นปัญหาผิวที่สะท้อนออกมาจากกระจกนั้นแล้วคงอดใจไม่ได้ที่จะหยิบมือถือเข้าแอปเพื่อดูรีวิวและช็อปสกินแคร์อย่างไว ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี เรตินอล โคเอ็นไซม์ Q-10 และทรีทเม้นต์ต่อต้านวัยอื่น ๆ ที่สามารถป้องกันและลดสัญญาณของริ้วรอยได้ แต่เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์ลงแก้ปัญหาการเพิ่มอายุให้ผิวโดยไม่ได้ตั้งใจการแต่งหน้าเป็นสิ่งสำคัญมาก(ก.ไก่ล้านตัวเลยค่ะ) มาดูกันซิว่าการแต่งหน้าให้เด็กลงต้องทำอย่างไรบ้าง เตรียมผิวให้พร้อม ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งในการแต่งหน้าสำหรับทุกสภาพผิวคือ การเตรียมผิวเป็นการเคลียร์พื้นผิวให้สะอาดและเรียบเนียนมันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากคุณลองนึกสภาพผิวของไม้ที่ทาสีลงไปโดยไม่ขัดผิวให้เรียบงานที่ได้ออกมาคงจะต้องเป็นโต๊ะราคาถูกแน่ ๆ ผิวก็เช่นกันต้องสะอาด ปรับสภาพรูขุมขน และความชุ่มชื้นเพื่อทำให้เครื่องสำอางติดทนและเรียบเนียน ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและใช้น้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยนไม่ทำให้แห้งตึงวิธีนี้จะช่วยทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนยิ่งขึ้น การเลือกน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนแรกในการเตรียมใบหน้าสำหรับการแต่งหน้าหากผิวของคุณแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีกรดไกลโคลิกเนื่องจากอาจทำให้เกิดรอยแดงและระคายเคืองได้ ให้มองหาน้ำยาทำความสะอาดที่สมดุลค่า pH ตามธรรมชาติของผิวควรอยู่ระหว่าง 5 ถึง 6 ยิ่งค่า pH  โทนเนอร์และเซรั่มจะทำให้ผิวสดชื่นลดการขยายตัวของรูขุมขนทำให้ผิวเรียบเนียน ให้ทาโทนเนอร์และเซรั่มแล้วรอให้แห้งสักครู่ เลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมเช่น วิตามินซีเพื่อปรับผิวให้เรียบเนียน, Sodium hyaluronate สำหรับการปิดผนึกผิวเพื่อลดการระเหยความชื้นออกจากผิว หรือจากสมุนไพรต่าง ๆ ที่ให้ทั้งความชุ่มชื่นแก่ผิวและลดริ้วรอยได้อีกด้วย หลายคนคิดว่าขั้นตอนนี้ไม่สำคัญ จริง ๆ แล้วผิวบริเวณนี้อ่อนแอมากแต่กลับต้องเจอเครื่องสำอางเยอะมากจะเป็นการดีไม่น้อยถ้าคุณจะให้เวลากับการมาส์กตาก่อนการแต่งหน้าในวันสำคัญเพราะคุณจะได้มอบความชุ่มชื้นอิ่มฟูทำให้ตาของคุณดูสดใสนั่นจะทำให้การแต่งหน้าของคุณสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แต่หากเป็นการแต่งหน้าทั่วไปในวันธรรมดาควรทาอายครีมหลังจากเซรั่มพยายามอย่าข้ามไปทามอยส์เจอไรเซอร์ เพราะมอยส์เจอร์ไรเซอร์ส่วนใหญ่มักบอกว่าควรเว้นบริเวณรอบดวงตาดังนั้นผิวบริเวณนี้ก็จะขาดการบำรุงนี้จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทาครีมรอบดวงตา […]

“NIACINAMIDE”ไนอาซินาไมด์คืออะไร?ได้ยินมาก็เยอะอ่านเจอมาก็บ่อยมันสำคัญกับผิวอย่างไรเรามีคำตอบให้ค่ะ!

รีวิวครีมบำรุงผิว

หนึ่งวิตามินที่มักจะอยู่ในลิสต์รายชื่อวิตามินบำรุงผิวอย่าง Niacinamide อาจจะคุ้นหูคุ้นตากันดีโดยชื่อของมันฟังดูเหมือนเป็นหนึ่งในส่วนประกอบทางเคมีของแบรนด์สกินแคร์ที่เป็นส่วนผสมในการดูแลผิวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อันที่จริงแล้วมันเป็นหนึ่งในรูปแบบของวิตามินบีที่มีอยู่กว่า 12 ชนิด โดยไนอาซินาไมด์เป็นรูปแบบของวิตามินบี 3 โดยประโยชน์ของไนอาซินาไมด์นั้นไม่ธรรมดามีบทบาทในการเปลี่ยนอาหารที่เรากินให้เป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายใช้โปรตีนและไขมันและระบบประสาทแข็งแรงรวมถึงการปรับปรุงปัญหาผิวทุกประเภทตั้งแต่สิว รอยดำ  สัญญาณของวัยรวมถึงสุขภาพผมอีกด้วย มาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้เกี่ยวกับไนอาซินาไมด์กันค่ะ ไนอาซินาไมด์คืออะไร? “Niacinamide” คือรูปแบบหนึ่งของ “วิตามินบี” ที่เรียกว่า VITAMIN B3 หรือมีชื่ออื่นในผลิตภัณฑ์เช่น icotinamide, nicotinic acid, and vitamin PP เป็นสารอาหารที่จำเป็นและการขาดวิตามินดังกล่าวอาจนำไปสู่ความผิดปกติของผิวหนัง ไตและสมอง สารอาหารมีอยู่ในอาหารเช่นผักใบเขียวและธัญพืชไม่ขัดสีโดยวิตามิน B3 เป็นหนึ่งในวิตามินที่ละลายในน้ำได้ซึ่งร่างกายต้องการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานเพื่อจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความสำคัญต่อการซ่อมแซมเซลล์โดยทั่วไปพบได้ในแหล่งอาหารที่หลากหลายรวมทั้งสัตว์ปีก พืชตระกูลถั่ว และไข่ และรูปแบบสังเคราะห์ของไนอาซินาไมด์มีประโยชน์ในการทำมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว  ประโยชน์เด่นของไนอาซินาไมด์ต่อผิวของคุณ ควรเลือกอะไรระหว่างผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรืออาหารเสริม? ควรได้รับทั้งสองทางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีการรับประทานอาหารที่สมดุลและมีวิตามินบี 3 เพื่อบำรุงร่างกายโดยรวมให้เกิดมีสุขภาพที่ดี ส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ทาภายนอกก็สำคัญด้วยเช่นกันเพราะมันจะเข้าไปแก้ไขปัญหาผิวได้ตรงจุด อาหารที่มีวิตมินบี 3 เช่น ไข่ ซีเรียล ผักใบเขียว ถั่ว ตับ อกไก่ ทูน่า แซลม่อน […]

เลือกส่วนผสมจากธรรมชาติลดริ้วรอยชะลอวัย-ยืดอายุของผิวให้สวยได้นานขึ้น

รีวิวครีม

ต้องยอมรับว่า “ริ้วรอย” เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถหลีกหนีได้ แน่นอนว่าทุกคนล้วนจะต้องเจอกับสภาพผิวที่เปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้นริ้วรอยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยปลายอย่างประกอบกัน เช่น อาหาร การดูแลผิวและวิถีชีวิตประจำวัน จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่ามีผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยมากมายในท้องตลาดและด้วยส่วนผสมที่แตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ ซึ่งกุญแจสําคัญคือการทําความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนผสมจากธรรมชาติลดริ้วรอยเพราะเมื่อเราเลือกส่วนผสมที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดจะทำให้คุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายเพราะผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยมักจะมีราคาสูงกว่าสกินแคร์ชนิดอื่น และที่สำคัญเราสามารถนำรายชื่อส่วนผสมจากธรรมชาติเหล่านี้ไปหาซื้อได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นครีมแบรนด์ใหญ่ราคาแพงหรือจะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่คุ้มค่าเงิน  Honey น้ำผึ้ง น้ำผึ้งคือตัวแทนของรสชาติหวานที่ผู้คนมักใช้แทนความหวานจากน้ำตาลในการทําให้อาหารและเครื่องดื่มแล้วมันยังมีคุณค่าในการรักษาผิวให้ดีขึ้นอีกด้วย การใช้น้ำผึ้งในการดูแลผิวไม่ใช่แนวคิดใหม่ เป็นเวลาหลายศตวรรษ เมื่อย้อนกลับไปกว่า 4000 ปี มันถูกผสมกับการสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อเพิ่มสรรพคุณในการรักษา และคงสภาพให้ยาต่าง ๆ เก็บไว้ได้นานขึ้นมันเป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ & ฟลาโวนอยด์ จนทำให้น้ำผึ้งยังคงเป็นส่วนสําคัญของวิถีชีวิตของเรา ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของน้ำผึ้งนี้เป็นยาวิเศษสําหรับสุขภาพภายนอกและภายในโดยรวมของร่างกายยัง ในฐานะที่เป็นขุมพลังของสารอาหารที่จําเป็นมากมาย น้ำผึ้งเป็นที่ชื่นชอบของนักโภชนาการ โดยเฉพาะนักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความงามด้วยเหตุผลหลายประการ น้ำผึ้งเป็น humectant ธรรมชาติ – ที่ช่วยดูดซับความชุ่มชื้นจากอากาศเข้าสู่ผิวสามารถช่วยคืนความชุ่มชื้นตามธรรมชาติให้กับผิว นี่เป็นสิ่งสําคัญสําหรับการต่อต้านริ้วรอยเนื่องจากการได้รับแสงแดดและการสูญเสียน้ำใต้ผิวหนังทําให้ผิวแห้งและสูญเสียน้ำมันธรรมชาติ มันจะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างล้ำลึก เหตุผลที่น้ำผึ้งมักถูกพบว่าเป็นส่วนผสมพื้นฐานสําหรับผลิตภัณฑ์ความงามเกือบทุกชนิดเป็นเพราะมันให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างล้ำลึกสู่ภายใน เอนไซม์ที่มีอยู่ในน้ำผึ้งช่วยให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างง่ายดายในขณะที่ปรับสภาพและทําให้ผิวนุ่มขึ้นจากภายในช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวของคุณจึงทําให้ดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่งจึงเป็นที่มาของผลลัพธ์ที่สามารถช่วยหยุดและลดริ้วรอยได้ ผลลัพธ์อื่น ๆ ที่ได้จากการบำรุงผิวด้วยน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติจุลินทรีย์และการรักษาบาดแผลเพราะช่วยต้านจุลชีพต่อสู้กับการติดเชื้อที่ผิวหนัง พร้อมทั้งการทําความสะอาดรูขุมขนและผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยนจึงทำให้ลดรอยแผลเป็นและเพิ่มความสว่างให้กับใบหน้าของคุณ Quinoa (Rice/Wheat Protein) ควินัว (รวมถึงข้าวและวีทโปรตีน) ซุปเปอร์ฟู้ดที่เป็นธัญพืชเหล่านี้เต็มไปด้วยสารอาหารสูงซึ่งรวมถึง วิตามินเอ, วิตามินบี, แคลเซียม, […]