<strong><em>BVLGARI GOLDEA COLLECTIONน้ำหอมบลูการีโกลด์เดียคอลเลคชั่นเพื่อยกย่องความงามของผู้หญิงเป็นดั่งทองคำอันมีค่าและกลิ่นหอมของคลีโอพัตรา</em></strong>

น้ำหอม

กลิ่นและน้ำหอมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของแฟชั่นชั้นสูงและเป็นเครื่องหมายที่สำคัญของอัตลักษณ์ส่วนบุคคลที่ไม่เหมือนใครมานานแสนนาน น้ำหอมเปรียบดั่งเครื่องประดับที่มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำที่ให้ความรู้สึกดีจนอาจทำให้คุณขาดกลิ่นหอมประจำตัวไม่ได้อีกเลย แต่ด้วยปัจจุบันเรามีตัวเลือกมากมายในท้องตลาด มีหลากหลายแนวกลิ่นที่มอบหลากหลายอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าจะพูดถึงกลิ่นที่ให้อารมณ์ของความหรูหราเฟื่องฟูดั่งยุคโรมันพลาดไม่ได้ที่เราจะต้องพูดถึงแบรนด์ BVLGARI เมื่อทั่วโลกมีแบรนด์อัญมณีมากมายโดยกลายเป็นเรื่องธรรมดาและไม่น่าตื่นเต้นแต่นั้นไม่ใช่กับแบรนด์ BVLGARI แบรนด์นี้ยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ยังคงรักษาสถานะผู้นำในเวทีเครื่องประดับและอัญมณีระดับโลกไว้ได้ แบรนด์เครื่องประดับสุดหรูนี้เป็นหนึ่งต้นแบบของความหรูหราและความพิเศษเฉพาะตัวด้วยสไตล์อิตาลีอันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อพวกเขาได้ก้าวเข้ามาในไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างน้ำหอมก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ลงใส่ในกลิ่นหอมเหล่านั้นอีกด้วย สงสัยแล้วใช่มั้ยล่ะว่าพวกเขาถอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ออกมาเป็นกลิ่นหอมที่สุดแสนจะหรูหราเหล่านี้ได้อย่างไรไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ BVLGARI แบรนด์ชั้นนำที่ไม่ตกเทรนด์ Bvlgari เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่นำเทรนด์มาโดยตลอดตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน การออกแบบบนพื้นฐานสไตล์กรีก-โรมันแต่ได้เพิ่มลักษณะที่โดดเด่นโดยการผสมผสานรูปทรงโมเดิร์นร่วมสมัยทำให้พวกเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยเป็นที่จดจำได้ง่าย ชิ้นงานที่ได้รับการยกย่องให้เป็นไอคอนที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Bvlgari คือนาฬิการูปทรงงูอันเป็นสัญลักษณ์เรียกว่า Serpenti กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว และยิ่งนานวันเข้าผลงานของพวกเขามีนวัตกรรมที่ก้าวล้ำด้วยการใช้อัญมณีล้ำค่าหลากสีสันร่วมกับตัวเรือนทองสว่างสวยงามจนยากมากที่จะมองข้าม ผสมผสานลวดลายที่ดูขัดแย้งและแตกต่างกันเข้าเป็นหนึ่งเดียวโดยไร้ที่ติเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการออกแบบที่ยอดเยี่ยม งานฝีมือคุณภาพ และ สไตล์เหนือกาลเวลา “ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อโชว์ความมั่งคั่งและสีสันแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่อยู่เบื้องหลังการผงาดขึ้นสู่วงการเครื่องประดับระดับไฮเอนด์ของ Bvlgari” และเมื่อแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงอยากแชร์ประสบการณ์กลิ่นหอมให้กับลูกค้าของพวกเขาก็ได้ติดต่อหานักปรุงน้ำหอมระดับมาสเตอร์ที่มีฝีมือระดับแนวหน้าของโลกเขาชื่อ Alberto Morillas ที่เป็นนักปรุงน้ำหอมที่สร้างผลงานระดับตำนานไว้หลายกลิ่นเช่น CK One และเขามีบทบาทเป็นอย่างมากสำหรับน้ำหอมของบ้าน Bvlgari   การก้าวเข้ามาของ Alberto Morillas สร้างกลิ่นหอมภาพลักษณ์ใหม่ประจำแบรนด์ อันที่จริงน้ำหอมของ Bvlgari มีหลายรุ่นมากแต่ที่เราอยากจะนำเสนอผลงานใหม่ ๆ ของเขานั่นคือน้ำหอมในไลน์ Goldea ก็เพราะว่าไลน์นี้มีกลิ่นหอมที่ได้จำลองความโรแมนติกของกรุงโรมและมีความเชื่อมโยงบางอย่างไปยังอียิปต์ให้อารมณ์ถึงความเย้ายวนและโรแมนติกในช่วงของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างกรุงโรมและอียิปต์ (Cleopatra, Julius Caesar […]

น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ทุกคําถามของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมในผลิตภัณฑ์บํารุงผิว

รีวิวครีม

ตั้งแต่รองพื้นไปจนถึงมอยส์เจอไรเซอร์น้ำหอมในสกินแคร์ทำร้ายผิวจริงเหรอ?ยาทําความสะอาดและเซรั่ม น้ำหอมมักจะพบได้ในผลิตภัณฑ์ความงามมากมาย แน่นอนว่าพวกเขาอาจทําให้สกินแคร์ของเรามีกลิ่นที่น่าหลงใหล แต่ในช่วงหลัง ๆ มานี้เป็นช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับคำว่า “Clean Beauty” นั่นหมายความว่าจะเน้นความเป็นธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ส่วนผสมต่าง ๆ ต้องไม่มีสารพิษ ที่อาจสร้างความเสียหายให้กับผิว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีส่วนผสมแปลกใหม่ที่สกัดมาจากธรรมชาติรวมถึง “Fragrance” หรือน้ำหอมในสกินแคร์เพราะหลายคนทราบดีจากสื่อต่าง ๆ ที่มักจะโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่าปราศจากน้ำหอมที่เค้าว่ากันว่ามันจะทำให้ผิวของผู้ใช้บางคนเกิดการระคายเคือง นั่นจึงเป็นที่มีของคำถามว่าน้ำหอม(Fragrance) เป็นคลีนบิวตี้ได้หรือไม่? มาพบคำตอบและสาระความรู้เกี่ยวกับน้ำหอม(Fragrance) ในสกินแคร์กันค่ะ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับน้ำหอมที่ใช้ในอุตสาหกรรมความกันก่อนเลยน้ำหอมมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ คือ น้ำหอมสังเคราะห์(Synthetic) น้ำหอมกึ่งสังเคราะห์(Semi-Synthetic) และน้ำหอมจากธรรมชาติ(natural) Synthetic : น้ำหอมสังเคราะห์  น้ำหอมสังเคราะห์ หมายถึง น้ำหอมที่ถูกสร้างขึ้นจากส่วนประกอบทางเคมีเทียมที่ไม่พบในธรรมชาติ มีกลิ่นหอมนานกว่าน้ำหอมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น กลิ่นทะเล กลิ่นโอโซน หรือแม้แต่กลิ่นขนมหวาน น้ำหอมสังเคราะห์บางชนิดสามารถประกอบด้วยส่วนผสมทางเคมีได้มากถึง 80 ชนิดดังนั้นน้ำมันหอมเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังหากคุณมีผิวที่อ่อนไหวหรือแพ้ง่าย Semi-Synthetic : น้ำหอมกึ่งสังเคราะห์ เป็นน้ำหอมที่ตั้งต้นกลิ่นจากส่วนผสมจากธรรมชาติและได้มาเพิ่มความชัดของกลิ่นหรือเพิ่มการติดทน การนำมาพัฒนาเพิ่มเติมในห้องแล็บก็เพื่อให้กลิ่นมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นนั้นเอง Natural : ธรรมชาติ […]

 “9 น้ำมันหอมระเหยช่วยผิวสวย”ฟื้นฟูผิวสวยด้วยคุณสมบัติที่มากกว่าความหอมเพิ่มความสุขเพื่อสุขภาพและลักษณะผิวที่ดีขึ้น

ครีม

การใช้น้ำมันหอมระเหยสามารถเป็นวิธีการรักษาและบรรเทาความเครียดในแบบธรรมชาติสำหรับการปฏิบัตินี้เกี่ยวข้องกับการสูดดมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยซึ่งสกัดจากพืชเพื่อส่งเสริมสุขภาพและลักษณะผิวที่ดีขึ้นเพราะว่าระบบรับกลิ่นของคุณจะส่งผลโดยตรงต่อส่วนของสมองที่ควบคุมอารมณ์ นั่นเป็นสาเหตุที่กลิ่นสามารถกระตุ้นความทรงจำและกระตุ้นความรู้สึกทั้งด้านลบและด้านบวก อโรมาเทอราพีสามารถช่วยในการลดความเครียดและความวิตกกังวลเพื่อให้เกิดความสงบมันจะส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติลื่นไหลไม่มีสะดุดจนทำให้สุขภาพร่างกายกลับมาดีเหมือนเดิม และเมื่อร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่แล้วผิวของคุณก็จะสวยขึ้นด้วยเช่นกันริ้วรอยและความหมองคล้ำต่าง ๆ จะดูดีขึ้น มีผิวที่อิ่มฟูและสัมผัสเรียบเนียน  นอกจากการนวดแล้วยังมีหลายวิธีในการใช้น้ำมันหอมระเหยเพื่อคลายเครียดเช่นการสูดดมกลิ่นโดยน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แตกต่างกันออกไป แม้ว่าการใช้น้ำมันหอมระเหยจะไม่ใช่วิธีเดียวในการรักษาทั้งหมด Mariza Snyder, DC, ผู้ประกอบโรคศิลปะและผู้เขียน The Essential Oils Hormone Solution กล่าวว่า “ในขณะที่น้ำมันสามารถลดระดับคอร์ติซอลของคุณและสนับสนุนร่างกายของคุณได้ แต่การหาวิธีอื่นในการทำให้ตัวเองผ่อนคลายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันให้มุ่งเน้นโภชนาการ การออกกำลังกาย และการบำรุงผิวที่เหมาะสมรวมถึงการปรับใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการดูแลตนเอง” เธอกล่าว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยนี้ไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือเดียวเพื่อช่วยการผ่อนคลายเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย คุณอาจต้องการลองการตั้งสมาธิทำสติ ทานผักและผลไม้ และการสครับผิว เมื่อคุณลองใช้น้ำมันหอมระเหยร่วมกับวิธีการเหล่านี้มันสามารถช่วยได้ทุกอย่างตั้งแต่การแพ้ตามฤดูกาล การนอนหลับที่ดีขึ้นไปจนถึงผิวที่ชุ่มชื้นและเรียบเนียน นอกจากนี้พวกมันยังมีราคาจับต้องได้ ไม่อันตรายและมีกลิ่นที่ยอดเยี่ยม หากไม่มีเวลาในการนวดตัวคุณควรใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างไร? Dawn Langley-Brady, RN, นักบำบัดกลิ่นทางคลินิกที่ผ่านการรับรองและผู้สอนการพยาบาลที่ Augusta University College of Nursing กล่าวว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการลดความวิตกกังวลและความเครียดด้วยน้ำมันหอมระเหยคือการสูดดม” และวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการสูดดมน้ำมันหอมระเหยคือการใช้เครื่องกระจายกลิ่นซึ่งมันจะกระจายกลิ่นไปในอากาศในขณะที่คุณนั่ง นอน หรือกำลังทำสมาธิภายในห้องและมี […]

“BVLGARI OMNIA FRAGRANCE COLLECTION” (part 1)คอลเลกชันน้ำหอมบลูการีออมเนีย กลิ่นหอมสีสันสดใสที่ได้แรงบันดาลใจจากอัญมณีหลากสี

ครีม

เมื่อจะถามถึงน้ำหอมสำหรับหญิงสาวยุคนี้ที่มีความสดใส สนุกสนาน และมีมุมมองดี ๆ ให้กับชีวิต Bvlgari Omnia Fragrance Collection น้ำหอมบลูการีออมเนียคือคอลเลคชันน้ำหอมที่จะมอบพลังแห่งความร่าเริงและอ่อนเยาว์กลับสู่ชีวิตอีกครั้ง หลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจจะต้องต่อสู้กับความกดดันและเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ จนบางทีเราอาจลืมไปแล้วว่าชีวิตเราเคยมีความสุขและวิถีชีวิตที่สนุกสนานขนาดไหน และกลิ่นหอมอาจเป็นเครื่องมือที่มอบความรู้สึกดีและสีสันเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง น้ำหอมในคอลเลคชั่นนี้ของ Bvlgari ได้รับแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ผ่านสีสันจากสีสันสดใสผ่านอัญมณีสุดพิเศษระดับ Fine Jewelry อันน่าตื่นตาที่สุดของ Bvlgari ได้แปลงจากความเปล่งประกายของอัญมณีเหล่านี้มาบรรจุอยู่ในขวดรูปทรงแปลกตาไม่เหมือนใครในรุ่น Omnia Collection จากปรมาจารย์น้ำหอมอย่าง Alberto Morillas ผู้ปรุงกลิ่นที่โดดเด่นจากน้ำหอมบ้านบลูการีคอลเลคชันนี้ Morillas ได้ดึงเอากลิ่นของพืชพรรณที่แปลกใหม่ที่สุดของธรรมชาติมารวมเข้ากับอัญมณีที่มีสีสันสดใส สร้างกลิ่นที่วิจิตรบรรจงของกลิ่นที่มีหลากหลายแง่มุม Bvlgari Omnia (2003) ตัวแทนของบุษราคัมสีเข้ม แนวกลิ่น : Oriental  เปิดตัวปี : 2003 Top notes : Ginger, Cardamom, Pepper, Saffron และ Mandarin Orange […]

“AMBERGRIS”อ้วกวาฬในน้ำหอม?ทำไมจึงเป็นหนึ่งในของล้ำค่าขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งท้องทะเลและทองคำลอยน้ำ

ครีม

“อ้วกวาฬ หรือ แอมเบอร์กริส” มักถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งสิ่งที่เกิดจากเหตุการณ์ธรรมชาติที่แปลกประหลาดที่สุดในโลกมันถูกผลิตโดยวาฬหัวทุยหรือวาฬสเปิร์ม แอมเบอร์กริสได้เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เฉพาะแบบที่ไม่มีใครเหมือนมานานนับพันปี ตามหลักฐานฟอสซิลของสารนี้มีอายุย้อนไปถึง 1.75 ล้านปี และมีแนวโน้มว่ามนุษย์จะใช้มันมานานกว่า 1,000 ปีแล้ว และมีหลักฐานและวัฒนธรรมบางที่ได้ใช้มานานหลายศตวรรษภายใต้ความเชื่อของคนโบราณทั้งโฟมทะเลที่แข็งตัวหรือมูลนกขนาดใหญ่จนผ่านมาเป็นเวลาหลายปีก็ยังคงเป็นปริศนา จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1800 มนุษย์เริ่มมีความรู้เกี่ยวกับมันมากยิ่งขึ้นโดยได้พบคำตอบจากการล่าวาฬขนาดใหญ่เพื่อน้ำมันวาฬอันล้ำค่าซึ่งถูกใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในการเป็นเชื้อเพลิงตะเกียงและทำสบู่ แอมเบอร์กริสเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยวาฬหัวทุยจะกินสัตว์ตระกูลเซฟาโลพอดในปริมาณมาก เช่น หอยและปลาหมึก และจะมีบางส่วนอย่างจะงอยปากของปลาหมึกที่ไม่สามารถย่อยได้หมด(ส่วนใหญ่เป็นปลาหมึกยักษ์) ชิ้นส่วนเหล่านี้จะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ของวาฬและลงไปยังกระเพาะแล้วถูกคลุมด้วยไขมันและคอเลสเตอรอลเพื่อเป็นเกราะป้องกันเพื่อไม่ให้จะงอยที่แหลมคมนี้สามารถทะลุผ่านกระเพาะทั้งสี่ของวาฬได้โดยไม่ทำให้ผนังลำไส้เสียหายมากเกินไป(กระบวนการนี้คล้ายกับเม็ดทรายในหอยนางรมที่ทำเป็นไข่มุก)  กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะของวาฬหัวทุย(ส่วนใหญ่จะใช้เวลาหลายปี) เมื่อเจ้าวาฬรู้สึกไม่สบายท้องมันจึงขับออกมาทางอ้วกหรือการขับถ่ายนั่นเอง และเมื่อแอมเบอร์กริสออกมาภายนอกจะยังไม่แข็งมากมีลักษณะเป็นก้อนไขมันคล้ายขี้ผึ้งอาจจะต้องใช้เวลาในการทำปฏิกิริยาเช่นเดียวกับไวน์ชั้นดี แอมเบอร์กริสต้องมีอายุมากขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นหินขี้ที่มีกลิ่นหอม ระหว่างที่ลอยอยู่ในทะเลแอมเบอร์กริสสดจะถูกอบภายใต้แสงแดด ออกซิไดซ์โดยน้ำเค็มและกัดเซาะโดยคลื่นยักษ์ หลังจากผ่านความยากลำบากทางเคมีมาหลายปีแล้วจะเปลี่ยนจนกลายเป็นของแข็งซึ่งแต่ละก้อนก็จะมีคุณภาพที่แตกต่างกันไปมีหลายเฉดสีตั้งแต่สีเทา หรือสีดำ ไปจนถึงสีโทนอ่อนอย่างสีส้ม หรือสีขาวคล้ายหินอ่อนภายในจะเป็นสีเหลืองอำพันที่หอมกรุ่น จากด้วยกระบวนการเกิดที่ยากและต้องใช้เวลานานกว่าเราจะได้แอมเบอร์กริสที่นำมาใช้ได้มันจึงมีราคาแพงมาก ๆ  โดยพบเพียงประมาณ 1-5% ของวาฬเหล่านี้เท่านั้นจึงไม่ใช่สารที่เราจะสามารถพบได้ทั่วไป และบางทีชาวประมงสามารถพบได้จากวาฬที่ตายจากอุจจาระ เพราะเมื่อมวลของแอมเบอร์กริสมีขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ เคลื่อนไปตามทางเดินลำไส้ซึ่งมันจะทำหน้าที่เหมือนเขื่อนที่กั้นอุจจาระให้กองอยู่ บางครั้งโชคดีวาฬก็สามารถขับแอมเบอร์กริสออกมาได้แต่ในบางกรณี มวลของมันนั้นใหญ่มากจนปลาวาฬไม่สามารถขับมันออกมาได้และก่อตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้วาฬตาย “ที่เกิดจากการสะสมของอึขนาดใหญ่” แอมเบอร์กริสกับน้ำหอม ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของแอมเบอร์กริสที่ชัดเจนที่สุดคือกลิ่นของมัน ในตอนแรก ๆ ที่มันยังไม่แห้งหรือกลายเป็นของแข็งไม่มีใครคิดเลยว่าจะเป็นสารเพื่อใช้ในน้ำหอมเพราะพบว่ามันมีกลิ่นเหม็นแรงมากโดยเฉพาะหากมันขับออกมาทางอุจจาระจะให้กลิ่นที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นร้อยเป็นพันปีจนมันได้กลายเป็นของแข็งก็จะเกิดกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ มักถูกอธิบายกลิ่นว่าเป็นแนวมัสกี้(เป็นกลิ่นหอมที่ได้จากสัตว์เช่นกัน) […]